คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพ

เรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่นิยมของคนไทยเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการท่องเที่ยว สินค้าต่างๆ อาหารการกินและอื่นๆอีกมากมายรวมไปถึงคาเฟ่และร้านกาแฟต่างๆที่คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นจะเต็มไปด้วยความน่ารักสดใส เรียบง่ายและให้ความรู้สึกละมุนแก่ผู้ที่ไปนั่งและดื่มเครื่องดื่มต่างๆเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ต้องบอกเลยว่าในยุคนี้เราไม่ต้องไปถึงประเทศญี่ปุ่นก็สามารถที่จะไปคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพได้หลากหลายแห่ง แต่ละแห่งก็จะมีการตกแต่งและสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป และที่สำคัญเครื่องดื่ม อาหารและขนมต่างๆนั้นน่ารับประทานสุดๆอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เช็คอินและคาเฟ่น่ารักๆอยู่ ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

 

Aoon Café

เริ่มต้นกันที่ร้าน Aoon Café คาเฟเล็กๆซอยเยาวราช 5 ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากคุณจะได้ชิมเครื่องดื่มและของหวานแสนอร่อย การตกแต่งร้านสุดน่ารักแล้ว ยังสามารถร่วมสนุกสนานไปกับงานทำมือ ปั้นเซรามิกอีกด้วย เรียกได้ว่าให้ความรู้สึกเหมือนไปอยู่ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว สามารถแวะเวียนไปนั่งชิลๆกันได้ตั้งแต่เวลาสิบโมงจนถึงสามทุ่ม

 

Tokyo Sweets

แค่ชื่อก็ทำเอาอยากเช็คอินไม่ทันเลยทีเดียวสำหรับร้าน Tokyo Sweets คาเฟสไตล์ญี่ปุ่นย่านจุฬาฯ กับเมนูของหวานและเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยม การตกแต่งร้านโทนสีขาว พร้อมเมนูแนะนำสุดน่ารักอย่างโมจิ ไดฟุกุ ที่บอกเลยว่าห้ามพลาด เข้าไป

แวะชิมแวะชมกันได้ที่ ซอยจุฬา 50 ร้านเปิดบริการเวลา 08.00 – 19.00 น.

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพ

THEERA

คาเฟ่สุดชิคที่ตกแต่งร้านสไตล์ญี่ปุ่นผสมผสานกับมินิมอล พร้อมมีกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างสวยงามและสวยงาม ร้าน THEERA เป็นคาเฟ่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารสุขภาพ ทั้งของหวานและเครื่องดื่มที่ใครหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยมาก สำหรับวันหยุดนี้ใครมองหาร้านกาแฟและคาเฟ่น่ารักลองแวะเวียนไปกันได้ที่  ซอยเอกมัย 10 สุขุมวิท 63 กรุงเทพมหานคร  เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.

LIBRARY CAFÉ

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เนื่องจากเต็มไปด้วยความโดดเด่นและเอกลักษณ์ในแต่ละสาขา ร้าน LIBRARY CAFÉ ตกแต่งร้านในสไตล์เรียบแต่มาก เต็มไปด้วยความน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมทั้งเมนูเด็ดที่หลายคนตกหลุมรักอย่าง วาฟเฟิลสีเขียว แวะไปชิมและลิ้มรสกันได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 22.30 น.

 

และนี่ก็เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพ ที่ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่แค่นี้เท่านั้น เพราะที่เมืองหลวงแห่งนี้ยังมีร้านกาแฟและคาเฟ่น่ารักในสไตล์ญี่ปุ่นมากมายรอให้คุณเข้าไปสัมผัสอยู่ บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ความแตกต่างของกาแฟสายพันธุ์ อาราบิก้าและโรบัสต้า

coffee Arabica and Robusta

เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่ใครหลายคนหลงใหลอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับกาแฟ ที่เต็มไปด้วยความนุ่มละมุนและกลิ่นหอมกรุ่นที่ดึงดูดใจคอกาแฟเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันนี้กาแฟกระจายไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อที่จะเสิร์ฟความกลมกล่อมถึงผู้ชื่นชอบกาแฟไปในทุกพื้นที่ ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่ากาแฟในแต่ละแก้วที่เราดื่มกันทุกวันนี้นั้นไม่ใช่มีแค่เพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้น แต่มีกาแฟที่ได้ถูกคิดค้นเกิดขึ้นมากมายหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละพันธุ์นั้นก็จะมีความโดดเด่นและรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

ซึ่งเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมากที่สุดนั่นก็คือ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ที่ในปัจจุบันนี้ได้ถูกนำมาปลูกและกระจายขายทั่วโลกในเชิงพาณิชย์ แล้วความแตกต่างของกาแฟทั้งสองสายพันธุ์นี้คืออะไร เราไปทำความรู้จักกัน

กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า

กาแฟสายพันธุ์ Arabica อาราบิก้า เป็นพันธุ์กาแฟเก่าแก่ที่ถูกค้นพบและนิยมปลูกกันยาวนาน โดยลักษณะของอาราบิก้านั้นจะมีรูปทรงเมล็ดที่เรียวบาง เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่หาได้ยากกว่าสายพันธุ์โรบัสต้า โดยกาแฟอาราบิก้าจะมีรสชาติที่กลมกล่อม กลิ่นหอมนุ่มนวลที่เป็นเอกลักษณ์ มีปริมาณคาเฟอีกอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งเรียกได้ว่าต่ำมาก โดยสายพันธุ์นี้สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 800 – 1,300 เมตรขึ้น และสภาพอากาศเย็นที่ไม่ควรเกิน 24 องศา มีราคาสูง ซึ่งนิยมปลูกกันมากในภาคเหนือของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นลำปาง เชียงใหม่ หรือเชียงราย เป็นต้น

coffee Arabica and Robusta

กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า

เป็นอีกหนึ่งกาแฟสายพันธุ์ที่ได้รับนิยมมากเช่นเดียวกันรองจากสายพันธุ์อาราบิก้า โดยลักษณะของเมล็ดกาแฟโรบัสต้านั้นจะกลม อวบอ้วน มีสัดส่วนกว่าอาราบิกา มีรสชาติที่ค่อนข้างขม มีความเข้มข้นสูง กลิ่นของสายพันธุ์นี้จะค่อนข้างฉุน โดยส่วนใหญ่แล้วพันธุ์โรบัสต้านิยมนำไปทำเป็นกาแฟสำเร็จรูปแบบผง มีปริมาณคาเฟอีกที่สูงกว่าสายพันธุ์อาราบิก้า  โดยการปลูกกาแฟสายพันธุ์นี้นิยมปลูกในพื้นที่ร้อนชื้น ที่จะต้องอยู่ห่างจากน้ำทะเลประมาณ 500 – 700 เมตร นิยมปลูกในภาคใต้ของประเทศไทย เช่น สุราษฏร์ธานี ระนอง เป็นต้น

และนี่ก็เป็นความแตกต่างของกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้า ที่โรบัสต้าจะมีกลิ่นที่หอมมากกว่า แต่อาราบิก้าจะมีกลิ่นที่ละมุน รสชาตินุ่มกลมกล่อย ส่วนทางโรบัสต้าจะค่อนข้างเข้มและมีปริมาณคาเฟอีกมากกว่า 2% สำหรับใครที่ชอบรสชาติแบบเข้มข้นถึงใจ หรือแบบหอมหวานละมุน ก็สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ต้องการเลย

Rooftop cafe บรรยากาศเกินราคา

ในช่วงเวลาที่เหนื่อยล้า หรือต้องการสถานที่พักผ่อน เป็นส่วนตัว พูดคุยกับแก๊งค์เพื่อนอย่างสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ต้องบอกเลยว่า Rooftop cafe ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้คุณได้อิ่มเอมไปกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามพร้อมเครื่องดื่มที่หลากหลายไว้บริการ นั่งพักผ่อนชิวๆอย่างสบายใจ สำหรับใครที่กำลังมองหา Rooftop cafe ในวันว่าง เรามี Rooftop cafe ที่บรรยากาศดีเกินราคา คุ้มค่าแถมยังประทับใจมาแนะนำ

เริ่มต้นที่ Rooftop cafe ที่โดนใจหลายคนเป็นอย่างมาก อย่าง Levee Rooftop Café ณ ริมคลองมหาสวัสดิ์ ที่ต้องบอกเลยว่าบรรยากาศเย็นสบาย และเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างมาก กลางวันก็สามารถที่จะนั่งจิบกาแฟรับเลมเย็นๆ และในช่วงเย็นก็สามารถที่จะไปดาดฟ้า นั่งพักผ่อนชมบรรยากาศยามค่ำคืน ที่สุดแสนจะโรแมนติค มีเครื่องดื่มบริการหลากหลาย เบเกอรี่แสนอร่อย อาหารรสเลิศ อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นมานำเสนอลูกค้าเป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

rooftop cafe

อีกหนึ่งที่ที่กำลังมาแรงเลยทีเดียวก็คือ Vanilla Sky ตั้งอยู่ที่โรงแรม Compass SkyView Hotel ชั้น 25   สุขุมวิท 24 ร้าน Rooftop cafe น้องใหม่มาแรงที่กำลังฮิตอย่างมากในกรุงเทพมหานคร ที่นี่มีเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย สามารถนั่งชิวชมวิวสวยได้อย่างเพลิดเพลิน บรรยากาศดีคุ้มค่าเกินราคา มีความเป็นส่วนตัวสูง เรียกได้ว่าประทับใจแน่นอน

rooftop cafe

At-Mosphere Rooftop Cafe  ตั้งอยู่ที่โรงแรม The Secret Service ชั้นบนสุด ย่านพระนคร ในเขตถนนตานี ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นร้าน Rooftop cafe ที่มีความสูงที่สุดในแถบนี้เลยทีเดียว โดยจุดเด่นของที่นี่ก็คือวิวอันสวยงามและบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติค สามารถมองเห็นวิวในมุมกว้างได้ถึง 270 องศา มองเห็นภูเขาทอง เจดีย์วัดบวรและบรมบรรพต อีกทั้งยังยังตกแต่งได้เรียบหรูและคูลแบบสุดๆด้วยสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานกับสไตล์ลอฟท์อย่างลงตัว มีทั้งเครื่องดื่ม อาหารหลากหลายชนิด ทีเรียกได้ว่าอร่อย รสชาติดี เป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ต่างแวะเวียนกันไปนั่งพักผ่อนที่อย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว

อีกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ Top Knot ร้าน Rooftop cafe สุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเจริญกรุง บรรยากาศดีเยี่ยม สามารถสัมผัสลมเย็นๆ แสงสียามค่ำคืนที่สุดแสนจะมีเสน่ห์ ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือด้านในและด้านนอกทีเรียกได้ว่าร่มรื่น สวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างมาก

สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันว่างใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนสุดชิวที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่ดี คุ้มค่าเกินราคา ลองแวะเวียนไป ร้าน Rooftop cafe เหล่านี้ดู รับรองเลยว่าจะต้องถูกใจคุณแน่นอน

คาเฟ่เก๋ๆในกรุงเทพ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คาเฟ่ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่ไปนั่งพักจิบกาแฟพร้อมทั้งรับประทานเค้กอร่อยๆอยู่เสมอ ยิ่งในปัจจุบันนี้ได้คาเฟ่เปิดใหม่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละร้านนั้นตกแต่งได้อย่างสวยงาม น่านั่ง และเต็มไปด้วยเมนูที่หลากหลายน่าลิ้มลองมากมาย เรียกได้ว่าสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ตอบโจทย์คนยุคใหม่เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว และแหล่งรวมคาเฟ่สวยๆที่เต็มไปด้วยความมีสไตล์มากที่สุดแห่งหนึ่งนั้นคงจะไม่พ้นกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบการนั่งคาเฟ่ พักผ่อนหย่อนใจ พบปะผู้คนหรือนั่งทำงานสบายๆ เป็นอย่างยิ่ง วันนี้เราจึงได้รวบรวมคาเฟ่เก๋ๆในกรุงเทพ ที่คนเมืองกรุงไม่ควรพลาดเยี่ยมเยียนสักครั้งมานำเสนอ รับรองว่าจะต้องประทับใจคุณจนกลายเป็นร้านประจำแน่นอน

 

  1. ร้าน One Ounce for Onion

ร้าน One Ounce for Onion คาเฟ่ชิคๆอยู่ใกล้ BTS. สถานีอนามัย เดินทางสะดวก ทั้งรถส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือวินมอเตอร์ไซค์ ภายในร้านตกแต่งแบบสบายๆสไตล์อบอุ่น แบ่งออกเป็นสองโซนคือภายในและภายนอก ที่สำคัญเลยก็คือทางร้านได้พิถีพิถันในการชงกาแฟทุกแก้ว เต็มไปด้วยรสชาติอร่อยและมีคุณภาพถูกปากอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีอาหารให้เลือกทั้งของหวานและของคาว เปิดบริการในวันจันทร์-ศุกร์ 09.00 จนถึง 18.00 น.  และวันเสาร์-อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น. ราคาไม่แพง  ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-116-6076, 086-388-3303

 

2.Early Bird Coffee & Dessert bar

Early Bird Coffee & Dessert bar เรียกว่าเป็นคาเฟ่ที่คนชอบของหวานไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ภายในร้านจะมีเมนูของหวานมากมายและมีมาอัพเดทให้คุณเลือกทานอยู่เสมอ แต่ละเมนูเต็มไปด้วยความอร่อย จัดเต็มและคุ้มค่าสุดๆ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย คุณสามารถแวะเวียนมาลิ้มรสความอร่อยและบรรยากาศสบายๆ เหมาะแก่การพักผ่อน นัดพบปะสังสรรค์เป็นอย่างมาก ได้ที่  ซอยบางนาตราด 23 ถนนบางนาตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

เปิดบริการตั้งแต่  8:30–19:00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 083 – 024 7881

 

 

3.Organika House

Organika House เป็นคาเฟ่สีขาวในเรือนกระจก ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้สีเขียวที่ให้ความสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง ตกแต่งได้สวยงามสะอาดตา เหมาะสำหรับการมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ จิบชากาแฟในยามเช้าและยามบ่าย มีเมนูอาหารมากมายให้เลือกสรร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูสุขภาพ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคให้คุณได้เลือกซื้อกันมากมาย ที่สำคัญมีบริการสปาที่บริเวณชั้น 2 เรียกได้ว่ามาที่เดียวแต่ครบเครื่องเรื่องความสบายใจสุดๆ Organika House ตั้งอยู่ที่ 46 ซ.สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 22.00  น. ติดต่อได้เบอร์โทรศัพท์  0-2665-1898 sหรือ  www.facebook.com/organikahouse

 

4.หูกระจงคาเฟ่

เพียงแค่ชื่อก็ทำเอาอยากจะไปสัมผัสคาเฟ่สุดเก๋นี้สักครั้งเลยทีเดียว สำหรับหูกระจงคาเฟ่ ที่ตกแต่งในบรรยากาศสไตล์กลาสเฮ้าส์ โล่งโปร่งสบาย เน้นความเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นหูกระจงขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและความสงบสุขมากยิ่งขึ้น นอกจากคุณจะได้นั่งจิบกาแฟสบายๆแล้ว ยังมีมุมสำหรับถ่ายรูปสวยๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าใครก็ตามที่แวะเวียนมาที่หูกระจงคาเฟ่จะต้องมีรอยยิ้มกลับไปอย่างแน่นอน  หูกระจงคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ 45 ถ.ยานนาวา เขตยานนาวา แขวงยานนาวา กทม. เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 09.00 – 20.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 065- 145-6456 หรือ www.facebook.com/hookrajongcafe

 

 

5.Pinkplanter Café

เป็นคาเฟ่สุดน่ารักที่ตั้งอยู่กลางสยามสแควร์ เขตปทุมวัน ตกแต่งในธีมสีชมพูสไตล์เกาหลี บรรยากาศร้านเต็มไปด้วยตวามสดใส ร้าน Pinkplanter Café ตั้งอยู่ที่ร้านเสื้อผ้าสไตล์เกาหลี Matchbox เรียกได้ว่าสามารถแวะมานั่งพักชิมกาแฟ ถ่ายรูปสวยๆพร้อมเมนูของหวานแสนอร่อย แถมยังได้ช้อปปิ้งอีกด้วย  คาเฟ่โดนใจคนชอบสีชมพูนี้เปิดบริการทุกวันตั้ง 12.00 – 21.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 095 – 505 – 5818  หรือ www.facebook.com/pinkplanterxbonca

 

 

6.Nahim Café

Nahim Café เป็นคาเฟสุดชิคอีกหนึ่งที่คนกรุงเทพไม่ควรพลาดเลยทีเดียว เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจและนั่งเม้าท์กับเพื่อนๆ ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีตุ๊กตาสุดเก๋ประดับอยู่ทุกมุมภายในร้าน พร้อมวาดผนังด้วยรูปอัลปาก้าด้วยสีสันสดใส ที่สำคัญเมนูของร้านยังทำออกมาได้น่ากินน่ารักแบบสุดๆ วันหยุดนี้ใครที่กำลังมองหาคาเฟ่น่ารักๆสำหรับนั่งชิลล์ แวะเวียนไปได้ที่ 78 ซ.นานา แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เปิดบริการ

วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์- อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2623-3449 หรือ www.facebook.com/nahimcafe.handncraft

 

และนี่ก็เป็นคาเฟ่สุดเก๋ในกรุงเทพ ที่ชาวกรุงควรจะแวะเวียนไปนั่งพักผ่อน รับบรรยากาศชิคๆ กาแฟรสชาติดี มีของหวานและเมนูต่างๆให้เลือกหลากหลาย สำหรับวันหยุดหรือช่วงเวลาว่างใครที่ยังไม่มีแพลนหรือไม่รู้ที่จะไปไปไหน และกำลังสนใจคาเฟ่น่ารักๆที่เรานำเสนอ ก็สามารถแวะเวียนไปพักผ่อนหย่อนใจ นั่งสบายๆ และเพิ่มความสดชื่นให้กับชีวิต รับรองเลยว่าคุณจะต้องประทับใจและถูกใจแบบสุดๆจนกลายเป็นคาเฟ่ร้านประจำของคุณอย่างแน่นอน เชื่อเถอะว่าคาเฟ่สุดเก๋นั้นไม่ต้องไปไหนไกล เพราะในกรุงเทพมหานครยังมีคาเฟ่อีกมากมายที่รอคุณไปสัมผัสอยู่

3 ร้านคาเฟ่ในเมืองกรุงที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือช่วงสอบยิ่งนัก

อ่านหนังสือ

คาเฟ่สำหรับอ่านหนังสือในทุกวันนี้ถือว่ากำลังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นิยมในวัยรุ่นเป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มเด็กที่ยังคงเรียนอยู่ต้องการอ่านหนังสือ นัดติว ปรึกษาทำรายงานและอื่น ๆ  นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงคนในกลุ่มวัยทำงานที่นัดคุยงาน เป็นCo-Working และแม้ว่าจะไม่ได้จำกัดชั่วโมง แต่ก็มีเงื่อนไขหรือข้อแม้ในการรับบริการของพื้นที่ในร้านคาเฟ่อยู่บ้างก็คือการ ต้องซื้อเครื่องดื่ม ขนม อาหารในร้านคาเฟ่นั้น ๆ ทานบ้าง วันนี้เราจึงรวบรวม 3 คาเฟ่ที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือมาแนะนำ เผื่อเพื่อน ๆ จะได้แลนด์มาร์กที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห้งในการนัดติวหนังสือหรือพบปะเพื่อนฝูงในครั้งต่อไป

Too Fast To Sleep

เป็นร้านคาเฟ่น้องใหม่ที่มีชื่อแปลเป็นไทยชิค ๆ ได้ว่า ‘เร็วเกินไปที่จะนอน’ ก็แหม แน่ละสิ ในเมื่อคาเฟ่ที่นี่เปิด 24 ชม. การตกแต่งที่สบายตา รวมถึงเมนูเครื่องดื่มและอาหารที่หลากหลายที่เน้นให้มาอ่านหนังสือหรือติว หลายคนจึงไม่จำเป็นต้องกังวล ว่าจะโดนไล่หรือพนักงานมองแรง เอาเป็นว่าถ้าติวไม่เสร็จ เคลียร์งานยังไม่หมด ก็อยู่มันที่นั่นได้ทั้งวันเลยละกัน กระซิบบอกกันนิดนึงว่าเจ้าของร้านได้บอกไว้ว่า ที่นี่ไม่ได้หวังผลกำไร ทุกสาขาที่เปิดมาก็ล้วนแต่ขาดทุนทุกเดือน แต่เจ้าของต้องการให้เด็ก ๆ นักศึกษา หรือคนทั่วไปมีพื้นที่อ่านหนังสือและทำงานโดยไม่จำเป็นต้องนั่งร้านกาแฟแพง ๆ หรือร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดที่ขยันมองแรงก็แค่นั่นเอง

-FU.5 Coffee

คาเฟ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหนอนหนังสือที่เปิดตลอด 24ชม. ตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์โล่ง ๆ โดยเจ้าของร้านนั้นต้องการให้คาเฟ่เป็นพื้นที่สงบสำหรับใช้ความคิด มีความเป็นส่วนตัว ฟรีไวไฟ ไม่แปลกที่จะมีน้อง ๆ นักศึกษาแวะเวียนมาตลอดจนแน่นร้านทุกวัน นอกจากนี้ยังมีห้องประชุมเล็ก ๆ ที่สามารถใช้ได้ฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายห้องเพิ่ม ขอบอกว่าเค้กที่นี่อร่อยมาก

Wake Up Cafe

คาเฟ่อีกที่หนึ่งที่วัยรุ่นนักศึกษามักจะไปอ่านหนังสือและพูดคุยปรึกษากันเพราะเปิด 24 ชม. มีโต๊ะสำหรับเป็นกลุ่มหรือบาร์นั่งอ่านหนังสือคนเดียว มีปลั๊กไฟทุกที่ ไม่ต้องกลัวแบตมือถือหรือคอมพิวเตอร์จะหมด มีขนมและเครื่องดื่มให้บริการตลอด คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟพอสมควรทีเดียว เพราะสามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้ 2 ชนิด คือ แบบ Classic หรือ Premium ที่มาจากแหล่งปลูก 3 ประเทศคือ บราซิล อินโดนีเซีย และโคลัมเบีย

คาเฟ่ที่ดีที่สุด ในกรุงเทพฯ 10 แห่ง

คาเฟ่ชิคๆกับวันชิิวๆ

วันหยุดทั้งทีหลายคนก็คงอยากจะพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยการนั่งจิบชา กาแฟชิลๆ ทานอาหารอร่อยๆ ในร้านบรรยากาศดีๆ ตกแต่งชิคๆ คงจะทำให้วันหยุดของคุณ เป็นวันที่สุดแสนพิเศษอีกหนึ่งวันให้คุณได้หายเหนื่อยและมีแรงสู้กับงานในสัปดาห์ต่อไป แต่หลายคนอาจจะไม่มีไอเดียว่า ตามเรามาเลยค่ะ เรารวบรวมร้านดีๆ ในบรรยากาศสุดฟินให้คุณได้พรีวิวก่อนตัดสินใจว่าสุดสัปดาห์นี้จะไปไหนดี

  • Bangkok Espresso Bar ย่านอารีย์

เอาใจคนที่ชื่นชอบบรรยากาศ สายอาร์ตแบบแนวๆ เซอร์ๆ ราคาสบายกระเป๋าด้วยร้านกาแฟสไตล์อินดัสเทรียล ภายใต้คอนเซ็ปต์ Grab & Go ซึ่งการตกแต่งร้านจะเน้นใช้โทนน้ำตาลเข้มจนถึงดำดู เท่ เข้ม แบบ มีสไตล์ให้บรรยากาศของร้านเสมือนเป็นโรงงานผลิตกาแฟส่วนในเรื่องของรสชาตินั้นเข้มข้นลงตัว  ระดับมืออาชีพจัดว่าเป็นร้านกาแฟที่คอกาแฟทั้งหลายไม่ควรพลาดส่วนฝีมือการชงนั้นรางวัลบาริสต้าเป็นการันตีค่ะ

  • B-story Café

คาเฟ่น่ารักกลางกรุง bts ราชเทวี สาวหวานที่ชอบบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางสวนสวยสไตล์วินเทจ ที่ตกแต่งร้านด้วยต้นไม้เล็กๆ ดอกไม้หลากสีสันรูปปั้นเทวดานางฟ้าตัวน้อยและตุ๊กตาหมีน่ารักที่กลายเป็นมาสค็อตของร้านมองแล้วเพลินตาให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งจิบชาแบบผู้ดีอังกฤษส่วนชั้นบนตกแต่งสไตล์ Gothic แบบฝรั่งเศสเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยายรับรองว่าคุณสามารถ selfie ได้ทุกมุมของร้านเลยล่ะค่ะ  ในส่วนของอาหารมีทั้งคาวหวานและเครื่องดื่มก็สั่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ รับรองอร่อยถูกปากแน่นอน

  • Gallery กาแฟดริป

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครสำหรับคอกาแฟโดยเฉพาะ  ร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดสไตล์อาร์ตๆ บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกของ Barista อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมๆ ของกาแฟตกแต่งร้านด้วยงานศิลปะสลับกับอุปกรณ์ชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟชนิดหมุน  เมล็ดกาแฟและหนังสือที่เกี่ยวกับกาแฟแบบต่างๆ จุดเด่นของร้านอยู่ที่การดริปกาแฟนั่นเองค่ะ  ซึ่งจะเป็นการชงกาแฟโดยการใช้กระดาษมากรองกาแฟ ประมาณ 3-4 นาที ก็จะได้กาแฟหอมๆ รสชาตินุ่มนวล ชวนดื่ม นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชาชนิดต่างๆ และเบเกอร์รี่โฮมเมดอร่อยๆ จากเตาอีกด้วย

  • Joy Table

ซอยลาดพร้าว 64  คาเฟ่น่ารัก Home Cooking  สไตล์ญี่ปุ่น เพื่อคนรักสุขภาพ จุดเด่นของร้านคือ สวนผักไฮโดรโปนิกส์จากฟาร์ม ที่ให้คุณได้เลือกซื้อผักสดๆจากต้นมาทานได้เลย บรรยากาศของร้าน ให้ความอบอุ่น สบายๆ เป็นกันเอง เหมือนได้มาทานอาหารเพื่อสุขภาพ ที่บ้านของเพื่อนสนิท ที่ญี่ปุ่น การตกแต่งร้านตกแต่งเรียบง่าย  ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอุ่น ผ้าดิบ จาน ชาม ถ้วย เซรามิคแบบญี่ปุ่น  และกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ให้เห็นวิวจากฟาร์มผักด้านนอก ส่วนเมนูอาหารจะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้ผักจากฟาร์มเป็นหลักในการประกอบอาหาร ที่ใส่ใจคุณภาพ อร่อยทุกเมนู

  • Organika House สุขุมวิท 49

คาเฟ่สีขาวในเรือนกระจก สไตล์ Glass House กลางสวนสีเขียว ของคุณศรีริต้า เจนเซ่น ด้วยบรรยากาศสวนสวยเขียวร่มรื่น ตัดกับสีขาวของอาคารและแสงแดดอ่อนๆผ่านกระจกให้ความรู้สึกผ่อนคลาย  แบบรีสอร์ท แอนด์ สปาร้านตกแต่งด้วย ผลิตภัณฑ์ของ Organiga Secret Spa ให้ได้ลองตามใจชอบอาหารเป็นอาหารเพื่อสุขภาพเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกทั้งหมดเพื่อความสดใหม่และคุณภาพของอาหาร  ในรสชาติลงตัวระดับเชฟ

  • Jones Orphanage สยามเซ็นเตอร์

ร้านเก๋ๆ ในคอนเซ็ปต์ของรถไฟโบกี้ สำหรับสาวกเท็ดดี้แบร์ที่หลุดเข้าไปในโลกของขนมหวาน บรรยากาศร้านตกแต่งให้เป็นโลกของของเล่นที่เหมือนอยู่ในโบกี้รถไฟคละด้วยตุ๊กตาเท็ดดี้แบร์ที่อยู่แทบทุกมุมของร้านขบวนรถไฟจำลองและขนมหวานเบเกอร์รีที่ละลานตาให้ความรู้สึกกลับไปเป็นเด็กเหมือนท่องอยู่ในดินแดนมหาสนุก เมนูอาหารมีขนมหวานเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมายพร้อมเครื่องดื่มที่หลากหลาย น่าลิ้มลองทั้งนั้นจนเลือกกันไม่ถูกเลยล่ะค่ะ

  • Numero Uno โรงแรม อนันตรากรุงเทพฯริเวอร์ไซด์รีสอร์ทแอนด์สปา

คาเฟ่สำหรับคนรักช็อกโกแลตที่บรรยากาศหรูหราบริการเยี่ยมแต่ราคาไม่แพงด้วยบรรยากาศร้านที่แสนอบอุ่นตกแต่งคุมโทนสีน้ำตาลและช็อกโกแลตแฮนด์เมดกว่า 300 ชนิดเค้กที่ทำจากช็อกโกแลตนานาชนิดแสนอร่อยเหมือนหลุดเข้าไปในโรงงานช็อคโกแลต แถมยังมีเครื่องดื่มให้เลือกมากมายโดยเฉพาะช๊อคโกแลตร้อน เสริฟเป็นกาน้ำชาน่ารักๆ และรสชาติดีมากรับรองคุ้มแน่นอนสำหรับวันพักผ่อนค่ะ

  • Pinkplanter Café สยามสแควร์

คาเฟ่สุดชิค สไตล์เกาหลีในธีมสีชมพูหวานๆ สำหรับสาวแฟชั่นนักช้อปที่นอกจากจะได้ช้อปเสื้อผ้าสไตล์เกาหลีแล้วยังได้นั่งฟินกับเมนูเครื่องดื่มสุดฟินและไอศครีมโฮมเมดอร่อยๆ อีกด้วย บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกของคาเฟ่สไตล์เกาหลีสุดๆ เลยล่ะค่ะกับการตกแต่งที่คุมโทนสีชมพู นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ยังมีสินค้าจากแบรนด์แฟชั่นโดยดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ ที่ทาง Matchbox ได้คัดสรรมาให้ช้อปกัน

  • NAHIM CAFÉ

คาเฟ่แนวมุ้งมิ้ง ย่านเยาวราช ที่ตกแต่งด้วยลายเส้นการ์ตูนน่ารัก ๆให้ทุกมุมดูน่ารัก สดใส ให้คุณได้  selfie เพียบเลยล่ะค่ะ บรรยากาศของร้านอบอุ่น โปร่งสบาย ด้วยการใช้พื้นไม้และพื้นกระเบื้องสีดำ ตัดกับสีขาวของผนัง ซึ่งเข้ากันกับสีสันสดใสของประตู กรอบหน้าต่าง  และลวดลายที่ตกแต่งผนัง และให้คุณได้ฟินกับเมนูเครื่องดื่มสีสันสดใส และขนมหวานที่ตกแต่งด้วยการ์ตูนลายเส้น น่ารักๆ แถมยังรสเลิศอีกด้วย

  • Deli Cafe Shell RAMA3 พระราม 3

คาเฟ่กาแฟในปั๊ม  shell ให้คุณได้แวะพักผ่อนเติมพลังระหว่างการเดินทางด้วยบรรยากาศร้านที่ตกแต่ง เก๋ๆ ให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติจากต้นไม้และแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องมาภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น จากการใช้วัสดุจากไม้ตกแต่งทั่วร้านหรือจะนั่งนอกร้านชมวิวสวยๆ รับลมเย็นๆ ก็เก๋ไปอีกแบบค่ะ ในส่วนของเมนูอาหารและเครื่องดื่มนั้นรับรองรสชาติอร่อย คุณภาพแน่นแต่ราคาสบายกระเป๋า แถมยังมี wifi ฟรี และมีปลั๊กให้เสียบชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ก ให้คุณได้นั่งทำงาน หรือจะเล่นอินเทอร์เน็ตเพลินๆ ได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ คาเฟ่ที่ดีที่สุด ในกรุงเทพฯ  10 แห่งที่เอามาให้ได้ดูไว้เป็นข้อมูลในการเลือกคาเฟ่ที่ต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้หาเวลาไปนั่งชิล ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงานหวังว่าคงจะมีสักที่ ที่ถูกใจเพื่อนๆ อยู่บ้างนะคะ