
วิธีการดูแลรักษารถยนต์ให้ใช้งานได้นานๆ
การดูแลสุขภาพร่างกายเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเพื่อที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างราบรื่น เช่นเดียวกับ “การดูแลรถยนต์” ก็ต้องมีความรู้และความเข้าใจเพื่อให้รถยนต์มีอายุการใช้งานที่นานๆ กันครับ วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปรู้จักกับ “วิธีการดูแลรักษารถยนต์ให้ใช้งานได้นานๆ” กันดีกว่าครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!!
5 ปัญหาของรถยนต์ที่ใช้งานมานานๆ มีอะไรบ้าง?
●ปัญหาด้านเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
– เครื่องยนต์เสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพลดลง
– ชิ้นส่วนในระบบส่งกำลังเสียหายและสึกหรอ
– ระบบหล่อลื่นทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
– ปัญหาระบบระบายความร้อนและระบบไอเสีย
●ปัญหาด้านระบบกันสะเทือนและพวงมาลัย
– โช้คอัพหมดสภาพ ทำให้การทรงตัวแย่ล
– สายพานเบรก ยางรองเบรกเสื่อมสภา
– พวงมาลัยมีการรั่วซึมของน้ำมันพาวเวอร์
●ปัญหาด้านตัวถังและพื้นผิว
– ผนังตัวถังรถผุกร่อนจากสนิม
– สีรถซีดจาง หรือเป็นรอยร้าวและลอก
– กระจกบานหน้าต่างและกระจกมองข้างเสียหาย
●ปัญหาด้านการใช้พลังงาน
– สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นเนื่องจากประสิทธิภาพลดลง
– การปล่อยมลพิษมากขึ้นจากระบบไอเสียไม่สมบูรณ์
●ปัญหาด้านความปลอดภัย
– ระบบเบรกทำงานลดประสิทธิภาพ
– ระบบถุงลมนิรภัยเสื่อมสภาพไม่ทำงาน
– ชิ้นส่วนต่างๆ หลุดล้วงได้ง่าย
สนิมตัวร้ายของรถยนต์ พร้อมสาเหตุสนิมเกิดสนิม
สนิม คือ การผุกร่อนของเหล็ก หรือโลหะชนิดอื่น ๆ เกิดจากการที่ผิวของเหล็กทำปฏิกิริยากับออกซิเจน และความชื้นในอากาศหรือในน้ำ ทำให้เหล็กในบริเวณนั้นมีลักษณะ หรือคุณสมบัติเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น สี ความแข็งแรง และการผุกร่อนไม่สามารถคงสภาพได้ สนิมโดยทั่วไป จะมี 2 ชนิด ได้แก่
– สนิมผิว คือ สนิมระยะแรกเริ่ม เหล็กยังคงสภาพได้ และยังไม่สูญเสียความแข็งแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานจะกลายเป็นสนิมขุม
– สนิมขุม คือ สนิมที่ลุกลามเข้าไปในเนื้อเหล็ก ทำให้เหล็กสูญเสียความแข็งแรง และการคงสภาพ จนไม่สามารถนำไปใช้งานได้
วิธีการดูแลรถยนต์ไม่ให้เกิดสนิม
1. ล้างรถเป็นประจำสม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้รถที่คุณรักดูใหม่อยู่ตลอดเวลาแล้ว ยังช่วยขจัดคราบสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ยึดเกาะตามผิวรถ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดสนิมได้อีกด้วย
2. พ่นกันสนิม เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันสนิมได้ดี แต่อาจมีค่าใช้จ่ายพอสมควร ควรสอบถามราคาก่อนเข้ารับบริการ
3. เลือกสถานที่จอดรถให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการจอดหรือเก็บรถใกล้พื้นที่เสี่ยงทำให้เกิดสนิม เช่น บริเวณทะเล สถานที่ที่เป็นโคลน หรือหญ้า เพราะมีความชื้นและทำให้เกิดสนิมได้ง่าย
4.จอดรถไว้ในที่ร่มไม่ให้ตากแดดตากฝน
แล้วรถสีซีดเกิดจากกอะไรได้บ้าง
►น้ำค้าง น้ำฝน การจอดรถกลางแจ้งในเวลากลางคืนแล้วมีน้ำค้างเกาะบ่อยครั้ง คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สีรถซีดจางได้มากที่สุด เพราะเจ้าของรถบางส่วนมีข้อจำกัดเรื่องที่จอดรถ หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ได้ป้องกัน นานวันเข้าจะสังเกตได้ว่าสีส่วนด้านบน เช่น หลังคา ฝากระโปรง ค่อย ๆ ซีดจาง ไม่มันเงา ขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้การปล่อยให้น้ำฝนแห้งบนสีรถบ่อย ๆ แล้วปล่อยทิ้งไว้ตากลม ตากแดดซ้ำ โดยไม่ทำความสะอาด จะทำให้เกิดคราบฝังแน่นจนด่างเป็นดวง ๆ ได้เช่นกัน
►แสงแดด แสงแดด ตัวการสำคัญที่ทำให้รถสีซีดเร็วกว่าปกติและหลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็เลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่จอดรถ ทำให้มีความจำเป็นต้องจอดตากแดดเป็นประจำ ซึ่งทำลายตั้งแต่สี ชิ้นส่วนภายนอกไปจนถึงภายในรถ
►ขี้นก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้สีรถด่าง หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ โดยไม่ทำความสะอาด เนื่องจากขี้นกมีความเป็นกรด สามารถทำลายชั้นแล็กเกอร์และสีได้
และนี้ก็คือความรุ้เกี่ยวกับ “วิธีการดูแลรักษารถยนต์ให้ใช้งานได้นานๆ” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันครับ คิดว่าน่าจะเป็นความรู้ที่ติดตัวไปได้ตลอดเลยหล่ะครับ