สตรีทฟู๊ดไทยดังไกลไปทั่วโลก

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องอาหารนั้นต้องบอกเลยว่าเมืองไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ เพราะเต็มไปด้วยอาหารขึ้นชื่อที่ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายถึงเอกลักษณ์ รสชาติและเมนูสุดสร้างสรรค์ที่เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์แบบไทยๆ ซึ่งนอกเหนือจากการเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศและสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายของเมืองไทยแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักเดินทางและนักชิมหลายท่านไม่พลาดเลยก็คือ สตรีทฟู๊ดไทย ต้องบอกเลยว่าทั้งคุ้มค่าและมีรสชาติอร่อยน่าประทับใจแบบสุดๆ ว่าแล้วเราไปดูกันเถอะว่าสตรีทฟู๊ดที่ดังไกลไปทั่วโลก แบบที่คนไทยเองก็ไม่ควรพลาดนั้นมีที่ไหนบ้าง

สตรีทฟู๊ดไทยดังไกลไปทั่วโลก

ร้านเจ๊ไฝ ประตูผี

สตรีทฟู๊ดชื่อดังที่เรียกได้ว่าเป็นร้านในดวงใจของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเลยทีเดียว ร้านเจ๊ไฝ ตั้งอยู่ที่ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีจุดเด่นในเรื่องราคาอาหารที่ไม่ธรรมดา แต่เมนูแต่ละจานนั้นเรียกได้ว่าคุ้มค่าแบบสุดๆ เพราะเต็มไปด้วยอาหารทะเลที่สด รสชาติเยี่ยม ใช้เตาถ่านในการประกอบอาหารในแบบโบราณ ที่ได้สืบทอดความอร่อยต่อเนื่องมากว่า 70 ปี ซึ่งเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ราดหน้าทะเลจานละ 800 บาท หรือไข่เจียวปู จานละ 400 ปี เปิดบริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 02.00 น.

สตรีทฟู๊ดไทยดังไกลไปทั่วโลก

ร้านโกอ่าง ข้าวมันไก่ประตูน้ำ

ถึงแม้ว่าข้าวมันไก่จะเป็นเมนูธรรมดาๆที่หารับประทานได้ง่าย แต่บอกเลยว่าร้านโกอ่าง ข้าวมันไก่ประตูน้ำแห่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะคุณจะได้ลิ้มรสชาติของไก่เนื้อนุ่มแบบเน้นๆ  พร้อมกับข้าวมันในแบบฉบับของโกอ่าง สานต่อความอร่อยยาวนานมากว่า 40 ปี นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆที่น่าสนใจมากมายทั้งมะระตุ๋นซี่โครง เป็ดตุ๋นเห็ดหอม เป็นต้น  แวะเวียนไปสัมผัสความอร่อยของร้านโกอ่างได้ที่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 จนถึง 14.00 น. และ 17.00 จนถึง 02.00 น.

สตรีทฟู๊ดไทยดังไกลไปทั่วโลก

ร้านลิ้มเหล่าโหงว เยาวราช

สตรีทฟู๊ดชื่อดังอีกหนึ่งแห่งที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่างยกให้เป็นหนึ่งในร้านเด็ด ที่คนรักเส้นไม่ควรพลาด เพราะที่นี่ได้ชื่อว่ามีเมนูก๋วยเตี๋ยวปลาแสนอร่อยที่ทั้งเหนียวนุ่มแน่น พร้อมกับเส้นบะหมี่ที่ทางร้านทำเองได้ทำขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน มีหลายเมนูหลายแบบให้เลือก ตั้งอยู่ที่มิตรพันธ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.30 จนถึง 23.00 น.

และนี่ก็เป็นแค่เพียงตัวอย่างของสตรีทฟู๊ดไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก ที่นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแห่งให้เราได้ไปลิ้มรสชาติความอร่อยแบบไทยๆที่คุ้มค่าและน่าประทับใจแบบสุดๆ

เสน่ห์ของกาแฟโบราณ

เสน่ห์ของกาแฟโบราณ

ในปัจจุบันนี้โลกได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย แฟชั่นเครื่องแต่งกาย อาหารและอื่นๆอีกมากมายรวมไปถึง เครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง กาแฟ ที่ในยุคนี้มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสด กาแฟสำเร็จรูปที่มีหลายรส หลายสูตร ให้เลือกสรรกันตามต้องการ และอีกหนึ่งรสชาติกาแฟที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็คือ “กาแฟโบราณ” ที่ถึงแม้จะมีเครื่องดื่มให้เลือกกันมากมายแต่กาแฟโบราณยังคงเป็นที่ชื่นชอบของหลายไม่ว่าจะเป็นคนยุคใหม่หรือคนรุ่นเก่าก็ตาม

กาแฟโบราณ เครื่องดื่มที่ใช้วิธีการชงแก้วต่อแก้วโดยไร้เครื่องทุ่นแรง ไม่มีเครื่องชง มีแค่เพียงส่วนผสมต่างๆและกาแฟแบบโบราณผ่านกรรมวิธีที่เรียบง่าย เริ่มต้นจากการใช้ผสมกับเตาถ่านก่อนที่ในปัจจุบันนี้จะใช้เตาแก๊สเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งรสชาติของกาแฟโบราณที่ได้แต่ละแก้วไม่ว่าจะเป็นแบบเย็นหรือแบบร้อนนั้นต่างกลมกล่อม ละมุนคอ เข้มข้น ในสไตล์โบราณ อีกทั้งยังมีราคาที่ไม่แพง ถูก ประหยัดและคุ้มค่าเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วในปัจจุบันนี้กาแฟเย็นโบราณจะเริ่มต้นอยู่ที่แก้วละ 20 – 30 บาท ส่วนกาแฟโบราณแบบร้อนจะอยู่ที่ 10 – 20 ตามสูตรและรูปแบบของแต่ละร้าน จึงไม่แปลกที่คนในยุคนี้จะชื่นชอบกาแฟโบราณที่มีราคาถูกและรสชาติถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก

เสน่ห์ของกาแฟโบราณ

นอกเหนือจากราคาที่ไม่แพงของกาแฟโบราณแล้วสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของกาแฟโบราณก็คือร้านกาแฟโบราณ ที่จะมีโต๊ะธรรมดาๆตั้งอยู่ พร้อมปาท่องโก๋ น้ำชาไว้ให้บริการลูกค้าในยามเช้าไปจนถึงตลอดทั้งวัน ที่จะมีเหล่าคอกาแฟมาเปิดสภากาแฟนั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมพูดคุยกับเพื่อนและคนรู้จักที่ผ่านไปมาอย่างคึกครื้น เรียกได้ว่านี่เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้กาแฟโบราณ กลายเป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย อบอุ่น ซึ่งปัจจุบันนี้กาแฟโบราณได้มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆโดยยังคงความเข้มข้นและเสน่ห์ของความเป็นต้นตำหรับกาแฟไทยอยู่ เพียงแค่เพิ่มช่องทางในการเลือกซื้อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เราจะเห็นร้านกาแฟโบราณแฟรนไชน์ต่างๆที่ขยายไปตามพื้นที่ต่างในประเทศ รวมไปถึงตามร้านอาหารที่ยังคงมีเมนูเครื่องดื่มแสนอร่อยอย่างกาแฟโบราณไว้เป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า

กล่าวได้ว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน กาแฟโบราณ ยังคงเป็นเครื่องดื่มขวัญใจคนไทยที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น กลมกล่อม เข้าถึงง่ายในรสชาติที่ถูกปาก อีกทั้งยังมีราคาไม่แพง และเชื่อว่าด้วยเสน่ห์ของกาแฟโบราณที่ไม่เหมือนเครื่องดื่มชนิดไหนๆจะต้องอยู่กับคนไทยไปอย่างยาวนานแน่นอน

ข้อเสียของการดื่มกาแฟมากเกินไป

ข้อเสียของการดื่มกาแฟมากเกินไป

กาแฟ เครื่องดื่มยอดนิยมที่คนทั่วโลกต่างชื่นชอบเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ก็ต้องบอกเลยว่าเคเฟอีนภายในกาแฟนั้นมีทั้งประโยชน์และข้อเสีย ถ้าหากว่าเราดื่มกาแฟมากจนเกินไป ก็อาจจะส่งผลอันตรายจนถึงแก่ชีวิต รวมไปถึงโรคประจำตัวต่างๆมากมาย สำหรับปริมาณของการดื่มกาแฟในแต่ละวันนั้น ในผู้ใหญ่หรือคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรังต่างๆ ควรดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 2 – 4 แก้ว หรือรับคาเฟอีนไม่เกินวันละ 200 – 400 มิลลิกรัม แต่ที่จริงแล้วสำหรับบุคคลทั่วไปควรที่จะดื่มอยู่ที่วันละ 1 – 2 แก้วเท่านั้น ซึ่งถ้าหากเกินกว่านี้จะอยู่ในเกณฑ์อันตราย ส่วนหญิงตั้งครรภ์นั้นควรดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 1 แก้ว เพื่อไม่ให้ร่างกายพอรับไหว

แล้วการดื่มกาแฟมากเกินไปนั้นก่อให้เกิดข้อเสียอะไรบ้าง เราไปดูรู้จักข้อเสียของรับคาเฟอีนเข้าร่างกายมากจนเกินไปกัน

 

1. หัวใจเต้นเร็ว

อาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เป็นสิ่งที่แสดงว่าคุณรับกาแฟมากจนเกินไปแล้ว ส่งผลให้คาเฟอีนเข้าไปกระตุ้นระบบประสาท ททำให้เกิดอาการผิดปกติดังกล่าว

2. ปวดหัว

การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอดี เล็กน้อยนั้นจะช่วยลดอาการปวดหัวได้ในบางคน แต่สำหรับคนที่ดื่มกาแฟมากจนเกินไป คาเฟอีนจะเข้าไปกระตุ้นอาการปวดหัว ทำให้คุณปวดหัวหนัก พร้อมทั้งสามารถที่จะกลายเป็นโรคไมเกรนได้

ข้อเสียของการดื่มกาแฟมากเกินไป

 

3. ความดันโลหิตสูง

งานวิจัยค้นพบว่าการรับคาเฟอีนเพียงแค่ 160 มิลลิกรัม หรือแค่เพียง 2 – 3 แก้ว ก็สามารถที่จะทำให้ความดันโลหิตในร่างกายสูงขึ้น ดังนั้นคนที่เป็นโรคความดันโลหิตควรที่จะระมัดระวังปริมาณของการดื่มกาแฟ ซึ่งสามารถที่จะออกฤทธิ์ได้ภายในแค่ 2 – 3 ชั่วโมง เท่านั้น

4. เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม

ผลการวิจัยค้นพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟมากจนเกินไป หรือรับคาเฟอีนมากกว่าวันละ 500 มิลลิกรัมนั้น มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม และเกิดซีสต์ มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 – 3 เท่าเลยทีเดียว

5. นอนไม่หลับ

แน่นอนว่าการดื่มกาแฟมากจนเกินไปนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เรานอนไม่หลับ นอกจากจะนอนหลับยากแล้วยังส่งผลให้เราเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า เพลียมาก ใจเต้นเร็ว และรู้สึกกระวนกระวายอีกด้วย

6. มีอาการประสาทหลอน

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ากลัวอย่างมากเลยทีเดียว เมื่อการดื่มกาแฟที่มากจนเกินไปผสมกับร่างกายที่ไม่ได้พักผ่อน และความเครียด ก็จะทำให้ฮอร์โมนอะดรีนาลีนในร่างกายถูกหลั่งมามากจนเกินไปเกินที่ร่างกายจะควบคุม กลายเป็นอาการประสาทหลอนนั่นเอง

นอกจากนี้การดื่มกาแฟมากจนเกินไปยังทำให้วัยรุ่นเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น ระบบลำไส้แปรปรวน  สามารถเป็นตะคริวได้ง่าย มีอาการทางประสาท พูดไม่รู้เรื่อง พูดรัวหรือเร็วเกินไป รวมไปถึงการเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถ้าหากดื่มกาแฟเกินวันละ 4 แก้ว อีกทั้งยังเสี่ยงที่จะเสียชีวิตแบบกะทันหันอันเกิดจากภาวะเสียสมดุลในร่างกายอีกด้วย

 

 

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพ

เรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้ประเทศญี่ปุ่นเป็นที่นิยมของคนไทยเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการท่องเที่ยว สินค้าต่างๆ อาหารการกินและอื่นๆอีกมากมายรวมไปถึงคาเฟ่และร้านกาแฟต่างๆที่คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นจะเต็มไปด้วยความน่ารักสดใส เรียบง่ายและให้ความรู้สึกละมุนแก่ผู้ที่ไปนั่งและดื่มเครื่องดื่มต่างๆเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ต้องบอกเลยว่าในยุคนี้เราไม่ต้องไปถึงประเทศญี่ปุ่นก็สามารถที่จะไปคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพได้หลากหลายแห่ง แต่ละแห่งก็จะมีการตกแต่งและสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป และที่สำคัญเครื่องดื่ม อาหารและขนมต่างๆนั้นน่ารับประทานสุดๆอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เช็คอินและคาเฟ่น่ารักๆอยู่ ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

 

Aoon Café

เริ่มต้นกันที่ร้าน Aoon Café คาเฟเล็กๆซอยเยาวราช 5 ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากคุณจะได้ชิมเครื่องดื่มและของหวานแสนอร่อย การตกแต่งร้านสุดน่ารักแล้ว ยังสามารถร่วมสนุกสนานไปกับงานทำมือ ปั้นเซรามิกอีกด้วย เรียกได้ว่าให้ความรู้สึกเหมือนไปอยู่ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว สามารถแวะเวียนไปนั่งชิลๆกันได้ตั้งแต่เวลาสิบโมงจนถึงสามทุ่ม

 

Tokyo Sweets

แค่ชื่อก็ทำเอาอยากเช็คอินไม่ทันเลยทีเดียวสำหรับร้าน Tokyo Sweets คาเฟสไตล์ญี่ปุ่นย่านจุฬาฯ กับเมนูของหวานและเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยม การตกแต่งร้านโทนสีขาว พร้อมเมนูแนะนำสุดน่ารักอย่างโมจิ ไดฟุกุ ที่บอกเลยว่าห้ามพลาด เข้าไป

แวะชิมแวะชมกันได้ที่ ซอยจุฬา 50 ร้านเปิดบริการเวลา 08.00 – 19.00 น.

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพ

THEERA

คาเฟ่สุดชิคที่ตกแต่งร้านสไตล์ญี่ปุ่นผสมผสานกับมินิมอล พร้อมมีกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างสวยงามและสวยงาม ร้าน THEERA เป็นคาเฟ่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารสุขภาพ ทั้งของหวานและเครื่องดื่มที่ใครหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยมาก สำหรับวันหยุดนี้ใครมองหาร้านกาแฟและคาเฟ่น่ารักลองแวะเวียนไปกันได้ที่  ซอยเอกมัย 10 สุขุมวิท 63 กรุงเทพมหานคร  เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.

LIBRARY CAFÉ

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เนื่องจากเต็มไปด้วยความโดดเด่นและเอกลักษณ์ในแต่ละสาขา ร้าน LIBRARY CAFÉ ตกแต่งร้านในสไตล์เรียบแต่มาก เต็มไปด้วยความน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมทั้งเมนูเด็ดที่หลายคนตกหลุมรักอย่าง วาฟเฟิลสีเขียว แวะไปชิมและลิ้มรสกันได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 22.30 น.

 

และนี่ก็เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพ ที่ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่แค่นี้เท่านั้น เพราะที่เมืองหลวงแห่งนี้ยังมีร้านกาแฟและคาเฟ่น่ารักในสไตล์ญี่ปุ่นมากมายรอให้คุณเข้าไปสัมผัสอยู่ บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ความแตกต่างของกาแฟสายพันธุ์ อาราบิก้าและโรบัสต้า

coffee Arabica and Robusta

เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่ใครหลายคนหลงใหลอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับกาแฟ ที่เต็มไปด้วยความนุ่มละมุนและกลิ่นหอมกรุ่นที่ดึงดูดใจคอกาแฟเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันนี้กาแฟกระจายไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อที่จะเสิร์ฟความกลมกล่อมถึงผู้ชื่นชอบกาแฟไปในทุกพื้นที่ ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่ากาแฟในแต่ละแก้วที่เราดื่มกันทุกวันนี้นั้นไม่ใช่มีแค่เพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้น แต่มีกาแฟที่ได้ถูกคิดค้นเกิดขึ้นมากมายหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละพันธุ์นั้นก็จะมีความโดดเด่นและรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

ซึ่งเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมากที่สุดนั่นก็คือ อาราบิก้า (Arabica) และโรบัสต้า (Robusta) ที่ในปัจจุบันนี้ได้ถูกนำมาปลูกและกระจายขายทั่วโลกในเชิงพาณิชย์ แล้วความแตกต่างของกาแฟทั้งสองสายพันธุ์นี้คืออะไร เราไปทำความรู้จักกัน

กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า

กาแฟสายพันธุ์ Arabica อาราบิก้า เป็นพันธุ์กาแฟเก่าแก่ที่ถูกค้นพบและนิยมปลูกกันยาวนาน โดยลักษณะของอาราบิก้านั้นจะมีรูปทรงเมล็ดที่เรียวบาง เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่หาได้ยากกว่าสายพันธุ์โรบัสต้า โดยกาแฟอาราบิก้าจะมีรสชาติที่กลมกล่อม กลิ่นหอมนุ่มนวลที่เป็นเอกลักษณ์ มีปริมาณคาเฟอีกอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งเรียกได้ว่าต่ำมาก โดยสายพันธุ์นี้สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 800 – 1,300 เมตรขึ้น และสภาพอากาศเย็นที่ไม่ควรเกิน 24 องศา มีราคาสูง ซึ่งนิยมปลูกกันมากในภาคเหนือของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นลำปาง เชียงใหม่ หรือเชียงราย เป็นต้น

coffee Arabica and Robusta

กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า

เป็นอีกหนึ่งกาแฟสายพันธุ์ที่ได้รับนิยมมากเช่นเดียวกันรองจากสายพันธุ์อาราบิก้า โดยลักษณะของเมล็ดกาแฟโรบัสต้านั้นจะกลม อวบอ้วน มีสัดส่วนกว่าอาราบิกา มีรสชาติที่ค่อนข้างขม มีความเข้มข้นสูง กลิ่นของสายพันธุ์นี้จะค่อนข้างฉุน โดยส่วนใหญ่แล้วพันธุ์โรบัสต้านิยมนำไปทำเป็นกาแฟสำเร็จรูปแบบผง มีปริมาณคาเฟอีกที่สูงกว่าสายพันธุ์อาราบิก้า  โดยการปลูกกาแฟสายพันธุ์นี้นิยมปลูกในพื้นที่ร้อนชื้น ที่จะต้องอยู่ห่างจากน้ำทะเลประมาณ 500 – 700 เมตร นิยมปลูกในภาคใต้ของประเทศไทย เช่น สุราษฏร์ธานี ระนอง เป็นต้น

และนี่ก็เป็นความแตกต่างของกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้า ที่โรบัสต้าจะมีกลิ่นที่หอมมากกว่า แต่อาราบิก้าจะมีกลิ่นที่ละมุน รสชาตินุ่มกลมกล่อย ส่วนทางโรบัสต้าจะค่อนข้างเข้มและมีปริมาณคาเฟอีกมากกว่า 2% สำหรับใครที่ชอบรสชาติแบบเข้มข้นถึงใจ หรือแบบหอมหวานละมุน ก็สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ต้องการเลย

Rooftop cafe บรรยากาศเกินราคา

ในช่วงเวลาที่เหนื่อยล้า หรือต้องการสถานที่พักผ่อน เป็นส่วนตัว พูดคุยกับแก๊งค์เพื่อนอย่างสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ต้องบอกเลยว่า Rooftop cafe ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้คุณได้อิ่มเอมไปกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามพร้อมเครื่องดื่มที่หลากหลายไว้บริการ นั่งพักผ่อนชิวๆอย่างสบายใจ สำหรับใครที่กำลังมองหา Rooftop cafe ในวันว่าง เรามี Rooftop cafe ที่บรรยากาศดีเกินราคา คุ้มค่าแถมยังประทับใจมาแนะนำ

เริ่มต้นที่ Rooftop cafe ที่โดนใจหลายคนเป็นอย่างมาก อย่าง Levee Rooftop Café ณ ริมคลองมหาสวัสดิ์ ที่ต้องบอกเลยว่าบรรยากาศเย็นสบาย และเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างมาก กลางวันก็สามารถที่จะนั่งจิบกาแฟรับเลมเย็นๆ และในช่วงเย็นก็สามารถที่จะไปดาดฟ้า นั่งพักผ่อนชมบรรยากาศยามค่ำคืน ที่สุดแสนจะโรแมนติค มีเครื่องดื่มบริการหลากหลาย เบเกอรี่แสนอร่อย อาหารรสเลิศ อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นมานำเสนอลูกค้าเป็นประจำ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

rooftop cafe

อีกหนึ่งที่ที่กำลังมาแรงเลยทีเดียวก็คือ Vanilla Sky ตั้งอยู่ที่โรงแรม Compass SkyView Hotel ชั้น 25   สุขุมวิท 24 ร้าน Rooftop cafe น้องใหม่มาแรงที่กำลังฮิตอย่างมากในกรุงเทพมหานคร ที่นี่มีเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย สามารถนั่งชิวชมวิวสวยได้อย่างเพลิดเพลิน บรรยากาศดีคุ้มค่าเกินราคา มีความเป็นส่วนตัวสูง เรียกได้ว่าประทับใจแน่นอน

rooftop cafe

At-Mosphere Rooftop Cafe  ตั้งอยู่ที่โรงแรม The Secret Service ชั้นบนสุด ย่านพระนคร ในเขตถนนตานี ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นร้าน Rooftop cafe ที่มีความสูงที่สุดในแถบนี้เลยทีเดียว โดยจุดเด่นของที่นี่ก็คือวิวอันสวยงามและบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติค สามารถมองเห็นวิวในมุมกว้างได้ถึง 270 องศา มองเห็นภูเขาทอง เจดีย์วัดบวรและบรมบรรพต อีกทั้งยังยังตกแต่งได้เรียบหรูและคูลแบบสุดๆด้วยสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานกับสไตล์ลอฟท์อย่างลงตัว มีทั้งเครื่องดื่ม อาหารหลากหลายชนิด ทีเรียกได้ว่าอร่อย รสชาติดี เป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ต่างแวะเวียนกันไปนั่งพักผ่อนที่อย่างไม่ขาดสายเลยทีเดียว

อีกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ Top Knot ร้าน Rooftop cafe สุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเจริญกรุง บรรยากาศดีเยี่ยม สามารถสัมผัสลมเย็นๆ แสงสียามค่ำคืนที่สุดแสนจะมีเสน่ห์ ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือด้านในและด้านนอกทีเรียกได้ว่าร่มรื่น สวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างมาก

สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันว่างใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนสุดชิวที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่ดี คุ้มค่าเกินราคา ลองแวะเวียนไป ร้าน Rooftop cafe เหล่านี้ดู รับรองเลยว่าจะต้องถูกใจคุณแน่นอน

5 อาหารแนะนำ เสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก

โภชนาการถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับเด็ก เนื่องจากเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีทั้งทางร่างกายและสติปัญญา นอกจากที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องรู้จักวิธีการเตรียมเมนูอาหารเด็ก การป้อนอาหารเด็กนวัยเริ่มต้นแล้ว ควรที่จะคัดสรรอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตที่เหมาะสมแต่ละช่วงวัยสำหรับลูกรัก ไปรู้จักกับ 5 อาหารแนะนำ เสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีแนวทางในการเลือกและปรุงเมนูอาหารแสนอร่อยและมีประโยชน์สำหรับลูกรักได้มากยิ่งขึ้น

1.ข้าวกล้องบด
เรียกได้ว่าเป็นอาหารเสริมเด็กที่ควรใช้เป็นเมนูอาหารเด็กหลักเลยทีเดียวสำหรับข้าวกล้องบด ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กวัย 6 เดือนหรืออยู่ในช่วงเริ่มต้นรับประทานอาหาร ข้าวกล้องบดอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาระบบภายในร่างกายของลูกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถไปผสมและดัดแปลงเป็นเมนูอาหารเด็กอื่นๆได้อีกเพียบ ทานข้าว สีสันสวยงาม ช่วยกระตุ้นการเจริญอาหารของลูกรักได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

5 อาหารแนะนำ เสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก

2.ไข่
ไข่ไก่เป็นอาหารเด็กที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมายเลยทีเดียวสำหรับไข่ ที่ในช่วงเด็กวัย 6 เดือนจนถึง 1 ขวบนั้นควรเริ่มจากไข่แดงก่อน หลังจาก 1 ขวบแล้วค่อยปรับเป็นไข่ดาวผสม ภายในไข่นั้นมีโปรตีน ธาตุเหล็กและโฟเลตสูง อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมวิตามิน ที่จะช่วยบำรุงร่างกาย เสริมสร้างพัฒนาการระบบประสาทและสมองลูกน้อยได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ลูกมีความจำดี ร่าเริงแจ่มใสและเรียนรู้เร็วตั้งแต่เด็ก

3.เต้าหู้
เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยประโยชน์และสารอาหารมากมาย เป็นอาหารเด็กที่มีความนุ่ม รสชาติอร่อย กลืนง่าย ทำให้ลูกๆเจริญอาหาร บำรุงระบบขับถ่ายและย่อยอาหารได้ดีอีกด้วย

5 อาหารแนะนำ เสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก 2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4.ปลา
เป็นอีกหนึ่งอาหารเสริมเด็กยอดนิยมที่มีประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียวสำหรับเนื้อปลา ที่ช่วยในการบำรุงระบบประสาทและสมอง ทำให้ลูกมีพัฒนาการด้านสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะให้ลูกเริ่มต้นทานอาทิตย์ละครั้งก่อนที่จะเพิ่มปริมาณขึ้นตามความเหมาะสมของช่วงวัย ทั้งนี้อย่าลืมเลือกเนื้อปลาที่มีความสด สะอาด เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของลูกน้อย

5.โยเกิร์ต
โยเกิร์ตอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่ดีต่อการเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกน้อยเป็นอย่างมาก การทานโยเกิร์ตเป็นประจำ จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีอารมณ์ที่แจ่มใส เรียนรู้เร็ว พร้อมทั้งบำรุงเรื่องความจำอีกด้วย

นอกจากนี้อย่าลืมที่เพิ่มผัก ผลไม้ ที่ไม่มีกลิ่นฉุนและทานง่ายในเมนูอาหารเด็กของลูกรัก เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วนและช่วยทำให้ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

คาเฟ่เก๋ๆในกรุงเทพ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คาเฟ่ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่ไปนั่งพักจิบกาแฟพร้อมทั้งรับประทานเค้กอร่อยๆอยู่เสมอ ยิ่งในปัจจุบันนี้ได้คาเฟ่เปิดใหม่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละร้านนั้นตกแต่งได้อย่างสวยงาม น่านั่ง และเต็มไปด้วยเมนูที่หลากหลายน่าลิ้มลองมากมาย เรียกได้ว่าสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ตอบโจทย์คนยุคใหม่เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว และแหล่งรวมคาเฟ่สวยๆที่เต็มไปด้วยความมีสไตล์มากที่สุดแห่งหนึ่งนั้นคงจะไม่พ้นกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบการนั่งคาเฟ่ พักผ่อนหย่อนใจ พบปะผู้คนหรือนั่งทำงานสบายๆ เป็นอย่างยิ่ง วันนี้เราจึงได้รวบรวมคาเฟ่เก๋ๆในกรุงเทพ ที่คนเมืองกรุงไม่ควรพลาดเยี่ยมเยียนสักครั้งมานำเสนอ รับรองว่าจะต้องประทับใจคุณจนกลายเป็นร้านประจำแน่นอน

 

  1. ร้าน One Ounce for Onion

ร้าน One Ounce for Onion คาเฟ่ชิคๆอยู่ใกล้ BTS. สถานีอนามัย เดินทางสะดวก ทั้งรถส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือวินมอเตอร์ไซค์ ภายในร้านตกแต่งแบบสบายๆสไตล์อบอุ่น แบ่งออกเป็นสองโซนคือภายในและภายนอก ที่สำคัญเลยก็คือทางร้านได้พิถีพิถันในการชงกาแฟทุกแก้ว เต็มไปด้วยรสชาติอร่อยและมีคุณภาพถูกปากอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีอาหารให้เลือกทั้งของหวานและของคาว เปิดบริการในวันจันทร์-ศุกร์ 09.00 จนถึง 18.00 น.  และวันเสาร์-อาทิตย์ 09.00 – 22.00 น. ราคาไม่แพง  ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-116-6076, 086-388-3303

 

2.Early Bird Coffee & Dessert bar

Early Bird Coffee & Dessert bar เรียกว่าเป็นคาเฟ่ที่คนชอบของหวานไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ภายในร้านจะมีเมนูของหวานมากมายและมีมาอัพเดทให้คุณเลือกทานอยู่เสมอ แต่ละเมนูเต็มไปด้วยความอร่อย จัดเต็มและคุ้มค่าสุดๆ แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย คุณสามารถแวะเวียนมาลิ้มรสความอร่อยและบรรยากาศสบายๆ เหมาะแก่การพักผ่อน นัดพบปะสังสรรค์เป็นอย่างมาก ได้ที่  ซอยบางนาตราด 23 ถนนบางนาตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

เปิดบริการตั้งแต่  8:30–19:00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 083 – 024 7881

 

 

3.Organika House

Organika House เป็นคาเฟ่สีขาวในเรือนกระจก ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้สีเขียวที่ให้ความสดชื่นเป็นอย่างยิ่ง ตกแต่งได้สวยงามสะอาดตา เหมาะสำหรับการมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ จิบชากาแฟในยามเช้าและยามบ่าย มีเมนูอาหารมากมายให้เลือกสรร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูสุขภาพ อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคให้คุณได้เลือกซื้อกันมากมาย ที่สำคัญมีบริการสปาที่บริเวณชั้น 2 เรียกได้ว่ามาที่เดียวแต่ครบเครื่องเรื่องความสบายใจสุดๆ Organika House ตั้งอยู่ที่ 46 ซ.สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 – 22.00  น. ติดต่อได้เบอร์โทรศัพท์  0-2665-1898 sหรือ  www.facebook.com/organikahouse

 

4.หูกระจงคาเฟ่

เพียงแค่ชื่อก็ทำเอาอยากจะไปสัมผัสคาเฟ่สุดเก๋นี้สักครั้งเลยทีเดียว สำหรับหูกระจงคาเฟ่ ที่ตกแต่งในบรรยากาศสไตล์กลาสเฮ้าส์ โล่งโปร่งสบาย เน้นความเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นหูกระจงขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและความสงบสุขมากยิ่งขึ้น นอกจากคุณจะได้นั่งจิบกาแฟสบายๆแล้ว ยังมีมุมสำหรับถ่ายรูปสวยๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าใครก็ตามที่แวะเวียนมาที่หูกระจงคาเฟ่จะต้องมีรอยยิ้มกลับไปอย่างแน่นอน  หูกระจงคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ 45 ถ.ยานนาวา เขตยานนาวา แขวงยานนาวา กทม. เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 09.00 – 20.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 065- 145-6456 หรือ www.facebook.com/hookrajongcafe

 

 

5.Pinkplanter Café

เป็นคาเฟ่สุดน่ารักที่ตั้งอยู่กลางสยามสแควร์ เขตปทุมวัน ตกแต่งในธีมสีชมพูสไตล์เกาหลี บรรยากาศร้านเต็มไปด้วยตวามสดใส ร้าน Pinkplanter Café ตั้งอยู่ที่ร้านเสื้อผ้าสไตล์เกาหลี Matchbox เรียกได้ว่าสามารถแวะมานั่งพักชิมกาแฟ ถ่ายรูปสวยๆพร้อมเมนูของหวานแสนอร่อย แถมยังได้ช้อปปิ้งอีกด้วย  คาเฟ่โดนใจคนชอบสีชมพูนี้เปิดบริการทุกวันตั้ง 12.00 – 21.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 095 – 505 – 5818  หรือ www.facebook.com/pinkplanterxbonca

 

 

6.Nahim Café

Nahim Café เป็นคาเฟสุดชิคอีกหนึ่งที่คนกรุงเทพไม่ควรพลาดเลยทีเดียว เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจและนั่งเม้าท์กับเพื่อนๆ ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีตุ๊กตาสุดเก๋ประดับอยู่ทุกมุมภายในร้าน พร้อมวาดผนังด้วยรูปอัลปาก้าด้วยสีสันสดใส ที่สำคัญเมนูของร้านยังทำออกมาได้น่ากินน่ารักแบบสุดๆ วันหยุดนี้ใครที่กำลังมองหาคาเฟ่น่ารักๆสำหรับนั่งชิลล์ แวะเวียนไปได้ที่ 78 ซ.นานา แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. เปิดบริการ

วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 21.00 น. วันเสาร์- อาทิตย์ เวลา 09.00 – 21.00 น. ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2623-3449 หรือ www.facebook.com/nahimcafe.handncraft

 

และนี่ก็เป็นคาเฟ่สุดเก๋ในกรุงเทพ ที่ชาวกรุงควรจะแวะเวียนไปนั่งพักผ่อน รับบรรยากาศชิคๆ กาแฟรสชาติดี มีของหวานและเมนูต่างๆให้เลือกหลากหลาย สำหรับวันหยุดหรือช่วงเวลาว่างใครที่ยังไม่มีแพลนหรือไม่รู้ที่จะไปไปไหน และกำลังสนใจคาเฟ่น่ารักๆที่เรานำเสนอ ก็สามารถแวะเวียนไปพักผ่อนหย่อนใจ นั่งสบายๆ และเพิ่มความสดชื่นให้กับชีวิต รับรองเลยว่าคุณจะต้องประทับใจและถูกใจแบบสุดๆจนกลายเป็นคาเฟ่ร้านประจำของคุณอย่างแน่นอน เชื่อเถอะว่าคาเฟ่สุดเก๋นั้นไม่ต้องไปไหนไกล เพราะในกรุงเทพมหานครยังมีคาเฟ่อีกมากมายที่รอคุณไปสัมผัสอยู่

11 ร้านอาหารทะเลรสชาติอร่อย

อาหารทะเลเรียกได้ว่าเป็นอาหารยอดนิยมที่คนไทยและทั่วโลกชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีแนวโน้มในการรับประทานเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเลจึงได้รับผลตอบรับที่ดีอีกทั้งยังมีการขยายและเปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง แต่ละร้านก็จะเต็มไปด้วยอาหารทะเลที่สดใหม่ และมีทางเลือกหลากหลายเพื่อดึงดูดลูกค้าอยู่เสมอ ร้านอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อหรือได้รับการพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ก็มักจะอยู่เป็นที่ต้องการอยากจะไปลิ้มลองของนักชิมอย่างไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าแค่พูดถึงอาหารทะเล ก็ทำเอาหลายคนถึงอดใจไม่ไหวที่อยากจะลิ้มรสทุกครั้งเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้น เราจึงมาแนะนำร้านอาหารทะเลรสชาติอร่อย ที่บรรดานักชิมไม่ควรที่จะพลาดที่จะไปลิ้มรสชาติความสดใหม่ แต่ละเมนูนั้นเรียกได้ว่าโดนใจคนที่ชอบอาหารทะเลอย่างแน่นอน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ดีน่าไปสัมผัส เต็มอิ่มและคุ้มค่าที่สุด รับรองเลยว่า 10 ร้านอาหารทะเลรสชาติอร่อย จะต้องถูกปากและประทับใจคุณอย่างแน่นอน

 

1.ถาวรซีฟูดส์

ร้านถาวรซีฟูดส์ขึ้นชื่อว่าร้านอาหารทะเลชื่อดังในตำบลคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม อันเป็นแหล่งรวมอาหารทะเลที่สดและใหม่เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเดินทางไปไม่ไกลจากตัวเมืองกรุง  เต็มไปด้วยบรรยากาศสบายๆและเรียบง่าย ลูกค้าสามารถที่จะมาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่กับสุดยอดเมนูของที่นี่ คือ “แกงคั่วกุ้งชะคราม” กุ้งสดตัวโตๆ รสชาติจัดจ้าน ทั้งยังมี “หมึกผัดกะปิ” ที่นำปลาหมึกมาผักคลุมเคล้ากับกะปิหอมอร่อยลงตัว และที่พลาดไม่ได้เลยคือเมนู “ปูไข่นึ่ง” เนื้อปูที่มีเนื้อหวาน สดอร่อย แน่น ไข่ปูเน้นๆ เต็มคำ พร้อมทั้งยังมีอีกหลายเมนูเด็ดที่มีให้คุณเลือกสรร ทุกจานเต็มไปด้วยคุณและรับรองเลยว่าจะทำให้คุณประทับใจอย่างแน่นอน

คุณสามารถแวะมาร้านถาวรซีฟูดส์ ได้ที่ 112 หมู่ 7 ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม  หรือติดต่อทางเบอร์โทร 081 995 0522 และ เฟซบุ๊ก ถาวร ซีฟูดส์ & โฮมสเตย์ คลองโคน สมุทรสงคราม

 

2.ครัววิวทะเล

ครัววิวทะเล อ่างศิลา เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารยอดนิยมที่เต็มไปด้วยเมนูแนะนำเด็ดๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ปู หมึก กุ้ง ปลา พร้อมทั้งยังมีเมนูผัด ทอด นึ่งให้คุณเลือกมากมายที่พลาดไม่ได้เลยคือน้ำจิ้มซีฟูดส์ของที่นี่ แซ่บและจี๊ดโดนใจสุดๆ แถมยังราคาไม่แพงอีกด้วย สำหรับใครที่อยากจะแวะเวียนมาลิ้มรสความอร่อยก็สามารถขับรถมาได้อย่างสะดวก ไม่ไกลจากกรุงเทพ

ร้านครัววิวทะเล ตั้งอยู่ที่ ถนนเลียบชายทะเลอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ร้านเปิดบริการตั้งแต่ 08.30-21.00 น.  ติดต่อได้ที่ 081-344-3351

 

10 ร้านอาหารทะเลรสชาติอร่อย 2

 

3.ร้านเกษร

ร้านเกษร จัดว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารชื่อดังของตำบลคลองโคน จังหวัดสมุทรสงครามเลยทีเดียว คุณจะได้พบกับลูกค้าจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาลิ้มรสชาติความอร่อยอาหารที่นี่ด้วยความติดใจ แต่ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลไป เพราะทางร้านได้จัดพื้นที่สำหรับรองรับลูกค้าไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำรวดเร็วและรอไม่นาน สำหรับเมนูแนะนำของที่นี่ก็คือ ปูไข่นึ่ง,กุ้งผัดพริก,ปลาหมึกนึ่งมะนาว และอื่นๆอีกมากมายที่เรียกว่าจะต้องถูกใจคุณแน่นอน

สำหรับใครที่อยากจะมาพิสูจน์ความอร่อยของร้านเกสร แวะเวียนมาได้ที่ 20/2 หมู่ 2 ถนนพระราม 2 ตำบลคลองโคน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม  ร้านเปิดทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.   สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์  087 036 0556 และ เฟซบุ๊ก ร้านเกษร อาหารทะเลสด ต.คลองโคน จ.สมุทรสงคราม

 

 4.เพื่อนทะเล

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารทะเลที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเย็นสบาย อาหารอร่อย เหมือนดั่งนั่งพักผ่อนอยู่กับเพื่อนและทะเล เมนูอาหารมีให้เลือกหลากหลาย อาหารทะเลสดใหม่ น้ำจิ้มซีฟูดส์สุดเด็ดที่ลงตัวและเข้ากันแบบสุดๆ สำหรับใครที่อยากจะแวะเวียนมาที่ร้านอาหารเพื่อนทะเล สามารถที่จะแวะมาได้ที่ถนนเลียบชายทะเลอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี  ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่  09.00-21.00 น.  สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ 08-6997-1258, 08-7360-9559

 

5.ร้านอาหารปลาทู

ร้านอาหารปลาทู ตั้งอยู่ที่หัวหิน โดยเป็นร้านอาหารที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น  “Best of the beach” ในชายหาดชะอำ มีอาหารทะเลสดๆให้เลือกมากมาย เต็มไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่อร่อย การันตรีจากนักชิมชื่อดังและออกรายการทางโทรทัศน์ นิตยสารอยู่เสมอ  สามารถแวะเวียนไปได้ที่  241/44 ถนนร่วมจิตต์ (ริมหาดบ้านกรูด) ชะอำ , ชะอำ , เพชรบุรี 76120 หรือติดต่อทางเบอร์โทร 032-508-175

6.ร้านชมทะเล ซีฟู้ด หัวหิน

ร้านชมทะเล ซีฟู้ด หัวหิน เป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศสบายๆ มีความเป็นส่วนตัวสูง มีจุดสำหรับถ่ายรูปที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง อาหารอร่อย สดใหม่ มีทั้งเมนูผัด นึ่ง ย่าง และเมนูๆต่างมากมาย ตั้งอยู่ที่

1341/10 ถนนเพชรเกษม ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ติดต่อและสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 032-442-801

7.Summer Street

เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารทะเลเจ้าแรกที่สร้างในรูปแบบของ “Food Truck” ตั้งอยู่ที่ระหว่างซอยอารีย์ 1 และซอยอารีย์ 2 มีเพียงแค่เมนูอาหารทะเลที่รับประทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสชาติจัดจ้านสไตล์ไทย อีกทั้งยังเมนูพิเศษคอยแวะเวียนมาเป็นทางเลือกให้ลูกค้าอยู่เสมอ ร้าน Summer Streer เปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา 16.00-22.00 น. ใครชอบอาหารทะเล ไม่ควรพลาดครับ

 

8.Surf Surf Seafood Goodbeer

ร้าน Surf Surf Seafood Goodbeer ถือว่าเป็นร้านอาหารทะเลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งและคนกรุงไม่ควรพลาดเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นร้านที่ตั้งอยู่ริมถนน แต่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ริมทะเล บรรยากาศดี เย็นสบาย มีอาหารทะเลสดใสที่ส่งตรงมาจากแหล่งวัตถุดิบชั้นดี พร้อมทั้งมีเบียร์หลายยี่ห้อให้เลือกอีกด้วย  เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 24.00 น. ตั้งอยู่ที่ ตรงข้าม The Park พลับพลา , วังทองหลาง , กรุงเทพมหานคร 10312

 

9.มังกรซีฟู้ด

ร้านมังกรซีฟู้ด ถือว่าเป็นร้านอาหารทะเลปิ้งย่างที่คนกรุงเทพไม่ควรพลาดเลยทีเดียว บรรยากาศโล่งสบาย แต่งร้านด้วยสีสันงดงาม มีอาหารทะเลสดใหม่ให้เลือกแบบครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น ปู,ปลาหมึก,กุ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้เลือกแบบอาหารญี่ปุ่น ทั้ง ปูอัด,แซลมอลแบบย่างและซาซิมิ พร้อมทั้งของทานเล่นและเมนูอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าเพอร์เพคสุดๆ สามารถแวะเวียนมาลิ้มรสชาติความอร่อยได้ที่ 1394 ตรงข้าม ซ.ประชาสงเคราะห์21 ห้วยขวาง ดินแดง 10400

10.Bangkok Seaview

ร้าน Bangkok Seaview ร้านอาหารทะเลที่มีรสชาติอร่อย หลากหลายและสดใหม่ อีกทั้งยังมีราคาไม่แพง คุณจะได้เต็มอิ่มกับบรรยากาศดีๆของชายทะเลบางขุนเทียน พร้อมทั้งทัศนียภาพที่สวยงาม ลมเย็นๆ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างยิ่ง สามารถที่จะแวะเวียนมายังร้านอาหารทะเลสุดชิคนี้ได้ที่  74/3 ม.9 ถ.ชายทะเล-บางขุนเทียน ท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 ต่อได้ที่เบอร์โทร 0898943595 , 0896131340 เปิดอังคาร – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 21.00 น. หยุดวันจันทร์

11.เล็กแอนด์รัตน์ซีฟู้ด

ร้านเล็กแอนด์รัตน์ซีฟู้ด ถือว่าเป็นร้านอาหารทะเลที่เป็นเสน่ห์ของเยาวราชเลยทีเดียว สืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยทางคุณรัตน์และคุณเล็ก ทายาทผู้เป็นเจ้าของร้านปัจจุบัน ได้เสริมสิริมงคลด้วยการให้พนักงานใส่สีแดง เรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารทะเลสีแดงแห่งเยาวราช ที่คนกรุงเทพไม่ควรพลาดเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อย แต่ละเมนู บอกเลยว่า ดีงามมาก  ร้านเล็กแอนด์รัตน์ซีฟู้ดเปิดทุกวัน เปิดทุกวัน เวลา 17.30 – 02.00 น.  ที่ตั้ง 53-55 ถ.ผดุงด้าว สัมพันธวงศ์ สัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 022248587

10 ร้านอาหารทะเลรสชาติอร่อย

และนี่ก็เป็น 11 ร้านอาหารทะเลรสชาติอร่อย ที่นักชิมไม่ควรพลาดและจะต้องลิ้มรสให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองเลยว่าคุณจะต้องติดใจ จนอยากกลับไปอีกแน่นอน

3 ร้านคาเฟ่ในเมืองกรุงที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือช่วงสอบยิ่งนัก

อ่านหนังสือ

คาเฟ่สำหรับอ่านหนังสือในทุกวันนี้ถือว่ากำลังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นิยมในวัยรุ่นเป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มเด็กที่ยังคงเรียนอยู่ต้องการอ่านหนังสือ นัดติว ปรึกษาทำรายงานและอื่น ๆ  นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงคนในกลุ่มวัยทำงานที่นัดคุยงาน เป็นCo-Working และแม้ว่าจะไม่ได้จำกัดชั่วโมง แต่ก็มีเงื่อนไขหรือข้อแม้ในการรับบริการของพื้นที่ในร้านคาเฟ่อยู่บ้างก็คือการ ต้องซื้อเครื่องดื่ม ขนม อาหารในร้านคาเฟ่นั้น ๆ ทานบ้าง วันนี้เราจึงรวบรวม 3 คาเฟ่ที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือมาแนะนำ เผื่อเพื่อน ๆ จะได้แลนด์มาร์กที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห้งในการนัดติวหนังสือหรือพบปะเพื่อนฝูงในครั้งต่อไป

Too Fast To Sleep

เป็นร้านคาเฟ่น้องใหม่ที่มีชื่อแปลเป็นไทยชิค ๆ ได้ว่า ‘เร็วเกินไปที่จะนอน’ ก็แหม แน่ละสิ ในเมื่อคาเฟ่ที่นี่เปิด 24 ชม. การตกแต่งที่สบายตา รวมถึงเมนูเครื่องดื่มและอาหารที่หลากหลายที่เน้นให้มาอ่านหนังสือหรือติว หลายคนจึงไม่จำเป็นต้องกังวล ว่าจะโดนไล่หรือพนักงานมองแรง เอาเป็นว่าถ้าติวไม่เสร็จ เคลียร์งานยังไม่หมด ก็อยู่มันที่นั่นได้ทั้งวันเลยละกัน กระซิบบอกกันนิดนึงว่าเจ้าของร้านได้บอกไว้ว่า ที่นี่ไม่ได้หวังผลกำไร ทุกสาขาที่เปิดมาก็ล้วนแต่ขาดทุนทุกเดือน แต่เจ้าของต้องการให้เด็ก ๆ นักศึกษา หรือคนทั่วไปมีพื้นที่อ่านหนังสือและทำงานโดยไม่จำเป็นต้องนั่งร้านกาแฟแพง ๆ หรือร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดที่ขยันมองแรงก็แค่นั่นเอง

-FU.5 Coffee

คาเฟ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหนอนหนังสือที่เปิดตลอด 24ชม. ตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์โล่ง ๆ โดยเจ้าของร้านนั้นต้องการให้คาเฟ่เป็นพื้นที่สงบสำหรับใช้ความคิด มีความเป็นส่วนตัว ฟรีไวไฟ ไม่แปลกที่จะมีน้อง ๆ นักศึกษาแวะเวียนมาตลอดจนแน่นร้านทุกวัน นอกจากนี้ยังมีห้องประชุมเล็ก ๆ ที่สามารถใช้ได้ฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายห้องเพิ่ม ขอบอกว่าเค้กที่นี่อร่อยมาก

Wake Up Cafe

คาเฟ่อีกที่หนึ่งที่วัยรุ่นนักศึกษามักจะไปอ่านหนังสือและพูดคุยปรึกษากันเพราะเปิด 24 ชม. มีโต๊ะสำหรับเป็นกลุ่มหรือบาร์นั่งอ่านหนังสือคนเดียว มีปลั๊กไฟทุกที่ ไม่ต้องกลัวแบตมือถือหรือคอมพิวเตอร์จะหมด มีขนมและเครื่องดื่มให้บริการตลอด คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟพอสมควรทีเดียว เพราะสามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้ 2 ชนิด คือ แบบ Classic หรือ Premium ที่มาจากแหล่งปลูก 3 ประเทศคือ บราซิล อินโดนีเซีย และโคลัมเบีย