เมนูเครื่องดื่มสุดฮิตของญี่ปุ่น

ในปัจจุบันนี้ อาหารญี่ปุ่น นั้นก็ถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งอาหารยอดฮิต ที่สุดของคนไทยเป็นอย่างมากอีกด้วย เรียกได้ว่า พูดชื่ออาหารอะไร คนไทยก็รู้จักกันเป็นอย่างดีอีกด้วยครับ แล้วถ้าเป้น เมนูเครื่องดื่มสุดฮิตของญี่ปุ่นล่ะ ก็ต้องบอกเลยครับว่า อาจจะมีหลายคนเหมือนกันที่ไม่ค่อยที่จะมีความรู้มากนักเกี่ยวกับ สิ่งนี้ วันนี้เราจะมายั่วน้ำลายคุณกันดีกว่าครับว่า เมนูเครื่องดื่มสุดฮิตของญี่ปุ่น นั้นมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

เมนูเครื่องดื่มสุดฮิตของญี่ปุ่น

ถ้ามาเที่ยวที่ญี่ปุ่นนั้นต้องบอกเลยครับว่า ตู้กดน้ำญี่ปุ่น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีหลากหลายประเภท เลือกได้ทั้งเครื่องดื่มร้อนเย็น วิธีดูว่าร้อนหรือเย็นดูได้จากแถบสีที่ปุ่มกดง่าย ๆ แค่สีแดงคือร้อน สีฟ้าคือเย็น เท่านี้เอง เพียงหยดเหรียญ กดปุ่ม ก็จะได้เครื่องดื่มที่ต้องการ มาดูกันดีกว่าว่าเครื่องดื่มไหนอร่อยเด็ด ต้องกด เริ่มจากเครื่องดื่มชาเอาใจสาวกคนรักชาก่อน มากันทั้งชาเขียว ชานม มากันแบบเต็ม ๆ ให้ได้ลิ้มลองกันดับกระหาย เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าญี่ปุ่นเค้าขึ้นชื่อเรื่องชาจริงๆ อย่างแบรนด์ที่คุ้นตากับ Lipton ชานมกระป๋อง แค่ลวดลายก็ชนะเลิศ พร้อมรสชาติชานม หอม ๆ มัน ๆ ไม่หวานเจี๊ยบเหมือนชานมไหนๆ และต่อมาก็จะเป็น ชาเขียวสูตรน้ำตาลน้อยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักหรือความอ้วน เป็นชาเขียวของแท้แน่นอนแห่งชาติญี่ปุ่น รสชาติหอม ออกขมรสชาเข้มข้นนิดๆ ถ้าใครเป็นคอชาเขียว ขอให้ลอง มีให้เลือกทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ใครชอบโกโก้ ขอบอกว่ากระป๋องนี้ต้องถูกใจ หยอดไปอร่อยทั้งแบบร้อนและเย็น มีความหอม หวานกำลังดี ดื่มลื่นคอ เครื่องดื่มรสพีชที่ให้รสเปรี้ยวอมหวาน กลิ่นหอมเหมือนผลพีชสด รสชาติพีชละมุนๆ สร้างความสดชื่นให้กับวันที่ต้องการความสดใส หรือพักจากอาหารเลี่ยนๆ สำหรับสาวๆที่อยากลิ้มรสความหวานกลมกล่อมรสนม ๆ และความเปรี้ยวจากสตรอเบอร์รี่ ไม่ใช่เล่นๆ กับเครื่องดื่มที่ผสม Alcohol นิดหน่อยเพียง 3% เท่านั้น และนอกจากนี้ยังมีความเป็นซาบซ่าที่ช่วยสร้างความกระชุ่มกระชวยได้อีกด้วย ตบท้ายด้วยเครื่องดื่มคอกาแฟญี่ปุ่น อย่าง BOSS ใครเป็นคอกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลต้องลอง ขอบอกว่าไม่ได้ขมแบบฝาดคอ แต่ขมแบบชุ่มคอ เป็นกาแฟดำเพียวๆ รสชาติเข้มกลมกล่อมลงตัว ตื่นเต็มตา

เชื่อว่าทุกท่านที่ไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยต้องเคยกดซื้อน้ำจากตู้หยอดเหรียญกันทุกคนเป็นแน่แท้ เราคนหนึ่งละที่ไปแล้วเห็นเจ้าตู้น้ำหยอดเหรียทีไรต้องไปขอชะเง้อมองดูเสียหน่อยว่าแต่ละตู้มีน้ำอะไรขายบ้าง ที่เราชื่นชอบมากเป็นพิเศษคงจะเป็นพวกน้ำผลไม้ ที่รสชาติออกอมเปรี้ยว อมหวาน อร่อยดี มาดูกันดีกว่า

เสน่ห์ของกาแฟโบราณ

เสน่ห์ของกาแฟโบราณ

ในปัจจุบันนี้โลกได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย แฟชั่นเครื่องแต่งกาย อาหารและอื่นๆอีกมากมายรวมไปถึง เครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง กาแฟ ที่ในยุคนี้มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกาแฟสด กาแฟสำเร็จรูปที่มีหลายรส หลายสูตร ให้เลือกสรรกันตามต้องการ และอีกหนึ่งรสชาติกาแฟที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็คือ “กาแฟโบราณ” ที่ถึงแม้จะมีเครื่องดื่มให้เลือกกันมากมายแต่กาแฟโบราณยังคงเป็นที่ชื่นชอบของหลายไม่ว่าจะเป็นคนยุคใหม่หรือคนรุ่นเก่าก็ตาม

กาแฟโบราณ เครื่องดื่มที่ใช้วิธีการชงแก้วต่อแก้วโดยไร้เครื่องทุ่นแรง ไม่มีเครื่องชง มีแค่เพียงส่วนผสมต่างๆและกาแฟแบบโบราณผ่านกรรมวิธีที่เรียบง่าย เริ่มต้นจากการใช้ผสมกับเตาถ่านก่อนที่ในปัจจุบันนี้จะใช้เตาแก๊สเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งรสชาติของกาแฟโบราณที่ได้แต่ละแก้วไม่ว่าจะเป็นแบบเย็นหรือแบบร้อนนั้นต่างกลมกล่อม ละมุนคอ เข้มข้น ในสไตล์โบราณ อีกทั้งยังมีราคาที่ไม่แพง ถูก ประหยัดและคุ้มค่าเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วในปัจจุบันนี้กาแฟเย็นโบราณจะเริ่มต้นอยู่ที่แก้วละ 20 – 30 บาท ส่วนกาแฟโบราณแบบร้อนจะอยู่ที่ 10 – 20 ตามสูตรและรูปแบบของแต่ละร้าน จึงไม่แปลกที่คนในยุคนี้จะชื่นชอบกาแฟโบราณที่มีราคาถูกและรสชาติถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก

เสน่ห์ของกาแฟโบราณ

นอกเหนือจากราคาที่ไม่แพงของกาแฟโบราณแล้วสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ของกาแฟโบราณก็คือร้านกาแฟโบราณ ที่จะมีโต๊ะธรรมดาๆตั้งอยู่ พร้อมปาท่องโก๋ น้ำชาไว้ให้บริการลูกค้าในยามเช้าไปจนถึงตลอดทั้งวัน ที่จะมีเหล่าคอกาแฟมาเปิดสภากาแฟนั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมพูดคุยกับเพื่อนและคนรู้จักที่ผ่านไปมาอย่างคึกครื้น เรียกได้ว่านี่เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ส่งผลให้กาแฟโบราณ กลายเป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย อบอุ่น ซึ่งปัจจุบันนี้กาแฟโบราณได้มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆโดยยังคงความเข้มข้นและเสน่ห์ของความเป็นต้นตำหรับกาแฟไทยอยู่ เพียงแค่เพิ่มช่องทางในการเลือกซื้อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เราจะเห็นร้านกาแฟโบราณแฟรนไชน์ต่างๆที่ขยายไปตามพื้นที่ต่างในประเทศ รวมไปถึงตามร้านอาหารที่ยังคงมีเมนูเครื่องดื่มแสนอร่อยอย่างกาแฟโบราณไว้เป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า

กล่าวได้ว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน กาแฟโบราณ ยังคงเป็นเครื่องดื่มขวัญใจคนไทยที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น กลมกล่อม เข้าถึงง่ายในรสชาติที่ถูกปาก อีกทั้งยังมีราคาไม่แพง และเชื่อว่าด้วยเสน่ห์ของกาแฟโบราณที่ไม่เหมือนเครื่องดื่มชนิดไหนๆจะต้องอยู่กับคนไทยไปอย่างยาวนานแน่นอน

3 ร้านคาเฟ่ในเมืองกรุงที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือช่วงสอบยิ่งนัก

อ่านหนังสือ

คาเฟ่สำหรับอ่านหนังสือในทุกวันนี้ถือว่ากำลังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นิยมในวัยรุ่นเป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มเด็กที่ยังคงเรียนอยู่ต้องการอ่านหนังสือ นัดติว ปรึกษาทำรายงานและอื่น ๆ  นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงคนในกลุ่มวัยทำงานที่นัดคุยงาน เป็นCo-Working และแม้ว่าจะไม่ได้จำกัดชั่วโมง แต่ก็มีเงื่อนไขหรือข้อแม้ในการรับบริการของพื้นที่ในร้านคาเฟ่อยู่บ้างก็คือการ ต้องซื้อเครื่องดื่ม ขนม อาหารในร้านคาเฟ่นั้น ๆ ทานบ้าง วันนี้เราจึงรวบรวม 3 คาเฟ่ที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือมาแนะนำ เผื่อเพื่อน ๆ จะได้แลนด์มาร์กที่น่าสนใจอีกหนึ่งแห้งในการนัดติวหนังสือหรือพบปะเพื่อนฝูงในครั้งต่อไป

Too Fast To Sleep

เป็นร้านคาเฟ่น้องใหม่ที่มีชื่อแปลเป็นไทยชิค ๆ ได้ว่า ‘เร็วเกินไปที่จะนอน’ ก็แหม แน่ละสิ ในเมื่อคาเฟ่ที่นี่เปิด 24 ชม. การตกแต่งที่สบายตา รวมถึงเมนูเครื่องดื่มและอาหารที่หลากหลายที่เน้นให้มาอ่านหนังสือหรือติว หลายคนจึงไม่จำเป็นต้องกังวล ว่าจะโดนไล่หรือพนักงานมองแรง เอาเป็นว่าถ้าติวไม่เสร็จ เคลียร์งานยังไม่หมด ก็อยู่มันที่นั่นได้ทั้งวันเลยละกัน กระซิบบอกกันนิดนึงว่าเจ้าของร้านได้บอกไว้ว่า ที่นี่ไม่ได้หวังผลกำไร ทุกสาขาที่เปิดมาก็ล้วนแต่ขาดทุนทุกเดือน แต่เจ้าของต้องการให้เด็ก ๆ นักศึกษา หรือคนทั่วไปมีพื้นที่อ่านหนังสือและทำงานโดยไม่จำเป็นต้องนั่งร้านกาแฟแพง ๆ หรือร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดที่ขยันมองแรงก็แค่นั่นเอง

-FU.5 Coffee

คาเฟ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหนอนหนังสือที่เปิดตลอด 24ชม. ตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์โล่ง ๆ โดยเจ้าของร้านนั้นต้องการให้คาเฟ่เป็นพื้นที่สงบสำหรับใช้ความคิด มีความเป็นส่วนตัว ฟรีไวไฟ ไม่แปลกที่จะมีน้อง ๆ นักศึกษาแวะเวียนมาตลอดจนแน่นร้านทุกวัน นอกจากนี้ยังมีห้องประชุมเล็ก ๆ ที่สามารถใช้ได้ฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายห้องเพิ่ม ขอบอกว่าเค้กที่นี่อร่อยมาก

Wake Up Cafe

คาเฟ่อีกที่หนึ่งที่วัยรุ่นนักศึกษามักจะไปอ่านหนังสือและพูดคุยปรึกษากันเพราะเปิด 24 ชม. มีโต๊ะสำหรับเป็นกลุ่มหรือบาร์นั่งอ่านหนังสือคนเดียว มีปลั๊กไฟทุกที่ ไม่ต้องกลัวแบตมือถือหรือคอมพิวเตอร์จะหมด มีขนมและเครื่องดื่มให้บริการตลอด คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟพอสมควรทีเดียว เพราะสามารถเลือกเมล็ดกาแฟได้ 2 ชนิด คือ แบบ Classic หรือ Premium ที่มาจากแหล่งปลูก 3 ประเทศคือ บราซิล อินโดนีเซีย และโคลัมเบีย

คาเฟ่ที่ดีที่สุด ในกรุงเทพฯ 10 แห่ง

คาเฟ่ชิคๆกับวันชิิวๆ

วันหยุดทั้งทีหลายคนก็คงอยากจะพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยการนั่งจิบชา กาแฟชิลๆ ทานอาหารอร่อยๆ ในร้านบรรยากาศดีๆ ตกแต่งชิคๆ คงจะทำให้วันหยุดของคุณ เป็นวันที่สุดแสนพิเศษอีกหนึ่งวันให้คุณได้หายเหนื่อยและมีแรงสู้กับงานในสัปดาห์ต่อไป แต่หลายคนอาจจะไม่มีไอเดียว่า ตามเรามาเลยค่ะ เรารวบรวมร้านดีๆ ในบรรยากาศสุดฟินให้คุณได้พรีวิวก่อนตัดสินใจว่าสุดสัปดาห์นี้จะไปไหนดี

  • Bangkok Espresso Bar ย่านอารีย์

เอาใจคนที่ชื่นชอบบรรยากาศ สายอาร์ตแบบแนวๆ เซอร์ๆ ราคาสบายกระเป๋าด้วยร้านกาแฟสไตล์อินดัสเทรียล ภายใต้คอนเซ็ปต์ Grab & Go ซึ่งการตกแต่งร้านจะเน้นใช้โทนน้ำตาลเข้มจนถึงดำดู เท่ เข้ม แบบ มีสไตล์ให้บรรยากาศของร้านเสมือนเป็นโรงงานผลิตกาแฟส่วนในเรื่องของรสชาตินั้นเข้มข้นลงตัว  ระดับมืออาชีพจัดว่าเป็นร้านกาแฟที่คอกาแฟทั้งหลายไม่ควรพลาดส่วนฝีมือการชงนั้นรางวัลบาริสต้าเป็นการันตีค่ะ

  • B-story Café

คาเฟ่น่ารักกลางกรุง bts ราชเทวี สาวหวานที่ชอบบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางสวนสวยสไตล์วินเทจ ที่ตกแต่งร้านด้วยต้นไม้เล็กๆ ดอกไม้หลากสีสันรูปปั้นเทวดานางฟ้าตัวน้อยและตุ๊กตาหมีน่ารักที่กลายเป็นมาสค็อตของร้านมองแล้วเพลินตาให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งจิบชาแบบผู้ดีอังกฤษส่วนชั้นบนตกแต่งสไตล์ Gothic แบบฝรั่งเศสเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยายรับรองว่าคุณสามารถ selfie ได้ทุกมุมของร้านเลยล่ะค่ะ  ในส่วนของอาหารมีทั้งคาวหวานและเครื่องดื่มก็สั่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ รับรองอร่อยถูกปากแน่นอน

  • Gallery กาแฟดริป

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครสำหรับคอกาแฟโดยเฉพาะ  ร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดสไตล์อาร์ตๆ บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกของ Barista อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมๆ ของกาแฟตกแต่งร้านด้วยงานศิลปะสลับกับอุปกรณ์ชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟชนิดหมุน  เมล็ดกาแฟและหนังสือที่เกี่ยวกับกาแฟแบบต่างๆ จุดเด่นของร้านอยู่ที่การดริปกาแฟนั่นเองค่ะ  ซึ่งจะเป็นการชงกาแฟโดยการใช้กระดาษมากรองกาแฟ ประมาณ 3-4 นาที ก็จะได้กาแฟหอมๆ รสชาตินุ่มนวล ชวนดื่ม นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชาชนิดต่างๆ และเบเกอร์รี่โฮมเมดอร่อยๆ จากเตาอีกด้วย

  • Joy Table

ซอยลาดพร้าว 64  คาเฟ่น่ารัก Home Cooking  สไตล์ญี่ปุ่น เพื่อคนรักสุขภาพ จุดเด่นของร้านคือ สวนผักไฮโดรโปนิกส์จากฟาร์ม ที่ให้คุณได้เลือกซื้อผักสดๆจากต้นมาทานได้เลย บรรยากาศของร้าน ให้ความอบอุ่น สบายๆ เป็นกันเอง เหมือนได้มาทานอาหารเพื่อสุขภาพ ที่บ้านของเพื่อนสนิท ที่ญี่ปุ่น การตกแต่งร้านตกแต่งเรียบง่าย  ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอุ่น ผ้าดิบ จาน ชาม ถ้วย เซรามิคแบบญี่ปุ่น  และกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ให้เห็นวิวจากฟาร์มผักด้านนอก ส่วนเมนูอาหารจะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้ผักจากฟาร์มเป็นหลักในการประกอบอาหาร ที่ใส่ใจคุณภาพ อร่อยทุกเมนู

  • Organika House สุขุมวิท 49

คาเฟ่สีขาวในเรือนกระจก สไตล์ Glass House กลางสวนสีเขียว ของคุณศรีริต้า เจนเซ่น ด้วยบรรยากาศสวนสวยเขียวร่มรื่น ตัดกับสีขาวของอาคารและแสงแดดอ่อนๆผ่านกระจกให้ความรู้สึกผ่อนคลาย  แบบรีสอร์ท แอนด์ สปาร้านตกแต่งด้วย ผลิตภัณฑ์ของ Organiga Secret Spa ให้ได้ลองตามใจชอบอาหารเป็นอาหารเพื่อสุขภาพเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกทั้งหมดเพื่อความสดใหม่และคุณภาพของอาหาร  ในรสชาติลงตัวระดับเชฟ

  • Jones Orphanage สยามเซ็นเตอร์

ร้านเก๋ๆ ในคอนเซ็ปต์ของรถไฟโบกี้ สำหรับสาวกเท็ดดี้แบร์ที่หลุดเข้าไปในโลกของขนมหวาน บรรยากาศร้านตกแต่งให้เป็นโลกของของเล่นที่เหมือนอยู่ในโบกี้รถไฟคละด้วยตุ๊กตาเท็ดดี้แบร์ที่อยู่แทบทุกมุมของร้านขบวนรถไฟจำลองและขนมหวานเบเกอร์รีที่ละลานตาให้ความรู้สึกกลับไปเป็นเด็กเหมือนท่องอยู่ในดินแดนมหาสนุก เมนูอาหารมีขนมหวานเบเกอร์รี่ให้เลือกมากมายพร้อมเครื่องดื่มที่หลากหลาย น่าลิ้มลองทั้งนั้นจนเลือกกันไม่ถูกเลยล่ะค่ะ

  • Numero Uno โรงแรม อนันตรากรุงเทพฯริเวอร์ไซด์รีสอร์ทแอนด์สปา

คาเฟ่สำหรับคนรักช็อกโกแลตที่บรรยากาศหรูหราบริการเยี่ยมแต่ราคาไม่แพงด้วยบรรยากาศร้านที่แสนอบอุ่นตกแต่งคุมโทนสีน้ำตาลและช็อกโกแลตแฮนด์เมดกว่า 300 ชนิดเค้กที่ทำจากช็อกโกแลตนานาชนิดแสนอร่อยเหมือนหลุดเข้าไปในโรงงานช็อคโกแลต แถมยังมีเครื่องดื่มให้เลือกมากมายโดยเฉพาะช๊อคโกแลตร้อน เสริฟเป็นกาน้ำชาน่ารักๆ และรสชาติดีมากรับรองคุ้มแน่นอนสำหรับวันพักผ่อนค่ะ

  • Pinkplanter Café สยามสแควร์

คาเฟ่สุดชิค สไตล์เกาหลีในธีมสีชมพูหวานๆ สำหรับสาวแฟชั่นนักช้อปที่นอกจากจะได้ช้อปเสื้อผ้าสไตล์เกาหลีแล้วยังได้นั่งฟินกับเมนูเครื่องดื่มสุดฟินและไอศครีมโฮมเมดอร่อยๆ อีกด้วย บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกของคาเฟ่สไตล์เกาหลีสุดๆ เลยล่ะค่ะกับการตกแต่งที่คุมโทนสีชมพู นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ยังมีสินค้าจากแบรนด์แฟชั่นโดยดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ ที่ทาง Matchbox ได้คัดสรรมาให้ช้อปกัน

  • NAHIM CAFÉ

คาเฟ่แนวมุ้งมิ้ง ย่านเยาวราช ที่ตกแต่งด้วยลายเส้นการ์ตูนน่ารัก ๆให้ทุกมุมดูน่ารัก สดใส ให้คุณได้  selfie เพียบเลยล่ะค่ะ บรรยากาศของร้านอบอุ่น โปร่งสบาย ด้วยการใช้พื้นไม้และพื้นกระเบื้องสีดำ ตัดกับสีขาวของผนัง ซึ่งเข้ากันกับสีสันสดใสของประตู กรอบหน้าต่าง  และลวดลายที่ตกแต่งผนัง และให้คุณได้ฟินกับเมนูเครื่องดื่มสีสันสดใส และขนมหวานที่ตกแต่งด้วยการ์ตูนลายเส้น น่ารักๆ แถมยังรสเลิศอีกด้วย

  • Deli Cafe Shell RAMA3 พระราม 3

คาเฟ่กาแฟในปั๊ม  shell ให้คุณได้แวะพักผ่อนเติมพลังระหว่างการเดินทางด้วยบรรยากาศร้านที่ตกแต่ง เก๋ๆ ให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติจากต้นไม้และแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องมาภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น จากการใช้วัสดุจากไม้ตกแต่งทั่วร้านหรือจะนั่งนอกร้านชมวิวสวยๆ รับลมเย็นๆ ก็เก๋ไปอีกแบบค่ะ ในส่วนของเมนูอาหารและเครื่องดื่มนั้นรับรองรสชาติอร่อย คุณภาพแน่นแต่ราคาสบายกระเป๋า แถมยังมี wifi ฟรี และมีปลั๊กให้เสียบชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ก ให้คุณได้นั่งทำงาน หรือจะเล่นอินเทอร์เน็ตเพลินๆ ได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ คาเฟ่ที่ดีที่สุด ในกรุงเทพฯ  10 แห่งที่เอามาให้ได้ดูไว้เป็นข้อมูลในการเลือกคาเฟ่ที่ต่างๆ ให้เพื่อนๆ ได้หาเวลาไปนั่งชิล ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงานหวังว่าคงจะมีสักที่ ที่ถูกใจเพื่อนๆ อยู่บ้างนะคะ